พวกมันย่อมไม่กล้าก่อเรื่องวุ่นวายมากเกินไป”หวงเจี๋ยกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “ข้าก็คิดอยู่แล้วว่าท่านประมุขต้องเตรียมการเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าจะเชื้อเชิญหวงหลงเจินเหรินมาด้วยตัวเอง!”“ช่วยไม่ได้ ข้าไม่มีทางเลือกอื่นใดเลย” หลู่เจิ้นหัวร่อเบาๆจากนั้นสีหน้ากลับเป็นเคร่งเครียดเย็นชาอีกครั้ง “ตระกูลเถียนระยะนี้เหิมเกริมไม่เบา ดูเหมือนว่าการที่กองพันเถียนเยี่ยเลื่อนอันดับขึ้นในทำเนียบจัดอันดับ จะเป็นเหตุให้พวกมันบังเกิดความเชื่อมั่นอย่างล้นเหลือทีเดียว!”“ความหมายของท่านประมุขคือ?”“รอให้เรื่องนี้จบลงเสียก่อน เราจะโจมตีตระกูลเถียนสักคราต้องสั่งสอนมิให้พวกมันหลงลืมตนเกินไป!”“ท่านประมุขกล่าวถูกต้อง”
ภายในถํ้ามืดมิด เห็นเงาดำขบวนหนึ่ง ยกขบวนมุ่งหน้าลึกเข้าไปในถํ้าผู้ที่นำอยู่ด้านหน้าสุดคือเจ้าดำน้อย ตามด้วยสือผิ่น เจดีย์น้อยและเจ้าเพลิงน้อยที่บินวนเวียนอยู่รอบกายอากุ่ย ดวงตาของอากุ่ยเป็นประกายสีม่วงจางๆ ดูน่าขนพองสยองเกล้าอยู่บ้าง นกโง่รั้งท้ายเดินเชิดหน้าสูงชัน แม้อยู่ในความมืด ยังเยื้องย่างด้วยฝีเท้านกอย่างไม่สะทกสะท้าน นางยังคงมีทีท่าเย่อหยิ่งและไม่อินังขังขอบเหมือนเช่นปกติอากุ่ยระยะนี้เริ่มดีวันดีคืน สีหน้าท่าทีค่อยๆ มีแววรับรู้มากขึ้นเรื่อยๆ เจดีย์น้อยกับเหล่าเจ้าตัวเล็กมักจะพาอากุ่ยมาด้วยทุกครั้งบรรดาถํ้าต่างๆ บนเกาะซึ่งรกเรื้อด้วยวัชพืชและสุมทุมพุ่มไม้ กลับกลายเป็นที่เล่นของอากุ่ยกับเหล่าเจ้าต