วม่อจ้องมองท้องทุ่งปราณที่แปรสภาพไปอย่างสิ้นเชิงอย่างกระหายใคร่รู้ เบื้องหลังมันเป็นเหล่าเกษตรกรปราณทั้งหมดที่มีอยู่บนเกาะ ทุกคนล้วนมองไปรอบๆ อย่างอยากรู้อยากเห็นเช่นกันด้านหน้าสุด เป็นปรมาจารย์จี๋เหว่ยกับซุนเป่า กำลังบรรยายถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดอย่างละเอียดลออ“ท้องทุ่งปราณทั้งหมดนี้ถูกปรับปรุงแก้ไขเสร็จสิ้นสมบูรณ์กลายเป็นท้องทุ่งปราณระบบค่ายกล เราจัดแบ่งพืชปราณออกเป็นส่วนๆ ตามคุณลักษณะ และออกแบบระบบค่ายกลใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ ท้องทุ่งปราณแต่ละส่วนจะมีค่ายกลเมฆพิรุณชุดหนึ่งหัวใจหลักของค่ายกลเป็นผลึกวิญญาณวารีระดับสี่ ค่ายกลชุดนี้สามารถปลดปล่อยเวทวิชาเคล็ดเมฆฝนหล่นรินที่เทียบเท่ากับระดับห้า หากต้องการปลดปล่อยเคล็ดเมฆฝนหล่นรินที่ระดับสูงกว่านั้น จำเป็นต้องใช้ผลึกวิญญาณวารีที่ระดับสูงกว่านี้”มองตามปลายนิ้วของปรมาจารย์ซุนเป่า จั่วม่อเห็นกลุ่มหมอกขาวเริ่มก่อตัวขึ้นเหนือท้องทุ่งปราณ หมอกขาวรวมตัวเป็นก้อนเมฆอย่างรวดเร็ว จากนั้นสายฝนสีเงินพลันสาดเทลงสู่ทุกซอกทุกมุมของท้องทุ่งปราณกระทั่งมองจากที่ห่างไกล จั่วม่อยังสามารถสัมผัสถึงพลังชีวิตอันเข้มข้นในเม็ดฝนเหล่านี้อย่างชัดเจน ถึงกับดวงตาเป็นประกาย“ยอดเยี่ยมยิ่ง!”ที่ด้านข้าง เกษตรกรปราณมากกว่ายี่สิบคนล้วนปากอ้าตาค้าง ใบหน้าทอแววเหลือเชื่อ ค่ายกลที่สามารถร่ายเคล็ดเมฆฝนหล่นริน พวกมันเพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก พวกมันแม้ฝีมือเพาะปลูกพืชปราณไม่สูงส่