าทิตย์ สามารถเร่งการเจริญเติบโตเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วเวทวิชาหลักๆ ยังคงเป็นเวทวิชาธาตุดินและเวทวิชาธาตุนํ้ากล่าวอีกนัยหนึ่ง ในพื้นที่ท้องทุ่งปราณส่วนนี้ สามารถเพาะปลูกพืชหญ้าปราณและข้าวปราณได้แล้ว เมื่อไม่จำเป็นต้องร่ายเวทวิชาธาตุนํ้าและเวทวิชาธาตุดินที่สำคัญที่สุด เกษตรกรปราณแต่ละคนที่เดิมทีดูแลท้องทุ่งปราณได้คนละหนึ่งร้อยหมู่ ก็จะเพิ่มเป็นคนละห้าร้อยหมู่ทันที!จำนวนท้องทุ่งปราณที่สามารถใช้ประโยชน์ได้บนเกาะ จะเพิ่มขึ้นเป็นห้าเท่าตัวในบัดดล!สำหรับจั่วม่อ นี่เป็นข่าวดีอย่างที่สุด!อย่างไรก็ตาม หากคิดว่าเรื่องราวจะจบลงเพียงเท่านี้ จั่วม่อก็นับว่าประเมินสองปรมาจารย์ตํ่าเกินไปมาก ความตื่นตะลึงที่พวกมันจะมอบให้แก่ต้าเหรินของพวกมันยังไม่สิ้นสุดลง ปรมาจารย์จี๋เหว่ยรับช่วงกล่าวต่อ “สำหรับเวทวิชาธาตุไม้ เราเลือก ‘เวทวิชาดึงดูดแก่นวิญญาณไม้’ เวทวิชานี้ลึกลํ้าซับซ้อน จนแทบไม่มีเกษตรกรปราณคนใดใช้มัน แต่เรื่องนี้ไม่มีปัญหาหากพวกเราใช้ค่ายกล ที่สำคัญไปกว่านั้น เวทวิชาดึงดูดแก่นวิญญาณไม้แม้ลึกลํ้าซับซ้อน แต่ไม่ได้สิ้นเปลืองจิงสือมากนัก นับเป็นข้อดีอีกข้อหนึ่งทีเดียว สำหรับเวทวิชาธาตุไฟก็ไม่ใช่เรื่องยาก ค่ายกลไฟอีกาทองคำของต้าเหรินเหมาะสมอยู่แล้ว เพียงแต่พลังรุนแรงเกินไป เราจำต้องทำให้มันเบาบางลง ด้วยการผสานรวมค่ายกลแสงสลัวรำไรเข้าไปด้วย กลายเป็นค่ายกลชุดใหม่ เราเรียกว่าค่ายกลอีกาทองคำสลัวราง ไม่