นคนบ้านนอกที่ไม่รู้ความผู้หนึ่ง ผูเยาผู้ขุ่นข้องหมองใจทำสีหน้าท่าทางราวกับว่ามันกำลังต่อสู้กับความอยุติธรรมแทนซู่หลงกับพวก ออกหน้าต่อกรกับแม่เลี้ยงใจร้ายที่ไม่เคยสนใจไยดีพวกมันจั่วม่อรับฟังจนศีรษะพองโต ใกล้จะเสียสติเต็มที รีบรับคำโดยไม่รีรอลังเลจั่วม่อค่อยได้รับการบอกเล่าว่า ปิศาจที่ฝึกปรือทักษะปิศาจจนถึงระดับหนึ่ง ก็สามารถครอบครองอาวุธและยุทธภัณฑ์เวทเช่นกัน เพียงแต่อาวุธยุทธภัณฑ์เวทของพวกมันแตกต่างจากของซิวเจ่อ และหาได้ยากกว่ามาก สิ่งที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นศาสตรามาร ชั่วชีวิตมีไม่เกินชิ้นสองชิ้นเท่านั้น! ศาสตรามารเหล่านี้ส่วนใหญ่หลอมสร้างผ่านกลวิธีลับ วัตถุดิบโดยมากมักเป็นชิ้นส่วนร่างกาย อย่างเช่นเล็บ เส้นผมและขนที่หลุดออกจากร่างกายตามธรรมชาติเมื่อฝึกปรือทักษะปิศาจ จากนั้นจะค่อยๆกลายเป็น ‘ยุทธภัณฑ์เวทของปิศาจ’ ที่เรียกกันว่า ‘ศาสตรามาร’ศาสตรามารไม่ลี้ลับซับซ้อนเท่ากับยุทธภัณฑ์เวทของซิวเจ่อแต่พลานุภาพหาได้ด้อยกว่าไม่ เนื่องเพราะชั่วชีวิตของปิศาจอาจจะมีศาสตรามารคู่กายเพียงหนึ่งเดียว เวลาที่พวกมันใช้ไปกับศาสตรามาร ไม่ใช่สิ่งที่ซิวเจ่อจะคาดคิดไปถึงจั่วม่อผู้จำยอมโดยปริยายค่อยพบปัญหาใหม่ มันจะหลอมสร้างศาสตรามารได้อย่างไร?เคราะห์ดีที่ผูเยาไม่มีอารมณ์กลั่นแกล้งมันมากเกินไป จึงบอกว่าบนเกาะมีถํ้าแห่งหนึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยพลังงานภูตหนาแน่น เป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับหลอมสร้างศาสตรามาร แต่มันต้อ