ไปกว่านี้เล่า?ไม่มีผู้ใดกล่าวคำซาบซึ้งสำนึกในบุญคุณ นั่นไม่จำเป็นแม้แต่น้อย แต่ต่อไปในภายภาคหน้า ไม่ว่าเผชิญเรื่องลำบากยากเข็ญสักเท่าใด พวกมันจะไม่ละทิ้งเหล่าป่าน!
“เหล่าสวี วันนี้เจ้ามีความเห็นอย่างไร?”ระหว่างทางกลับ เลี่ยวฉีชางพลันถามสวีเจิ้งเวยอย่างอดรนทนไม่ได้“ข้ารู้สึกว่าครึ่งชีวิตที่ผ่านมา ช่างใช้ไปอย่างสูญเปล่าเสียจริง”สวีเจิ้งเวยกล่าวด้วยอารมณ์ความรู้สึก “วันนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง!”“กล่าวตามความสัตย์ วันนี้ข้าเองก็หวาดหวั่นไม่น้อย!” เสียงฉีฉางฝืนยิ้ม จากนั้นกล่าวว่า “ที่ผ่านมาข้าเข้าใจว่าข้าเห็นโลกมามากมาย ไม่คาดคิดว่าวันนี้ยังถึงกับหวาดหวั่นขึ้นมา สองพันชุด! นี่ช่างน่าปวดเศียรเวียนเกล้าโดยแท้!”“เป็นไร?” สวีเจิ้งเวยประหลาดใจ “การค้าครั้งใหญ่เช่นนี้ต้องนับเป็นเรื่องดีถึงจะถูก!”“ดีย่อมดีอยู่! เพียงแต่ข้าคาดไม่ถึงว่ามันจะต้องการมากมายถึงเพียงนี้ ครั้งนี้เกรงว่าข้าต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไม่น้อย เพื่อรวบรวมสินค้าทั้งหมด” เลี่ยวฉีชางกล่วอย่างเปิดเผย “ทีแรกข้าคิดว่าหากมันต้องการสักสองสามร้อยชุดก็นับว่าดีมากแล้ว คราวนี้ข้าคงต้องขอหยิบยืมสินค้าจากที่อื่นแล้ว!”สวีเจิ้งเวยล่วงรู้ขีดความสามารถของสหายรักดี จึงกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “อย่าโอดครวญไปหน่อยเลย!เรื่องเพียงเท่านี้หาใช่ปัญหาที่ต้าเหรินเช่นเจ้าจะต้องห่วงกังวลไม่ ลูกสมุนมีตั้งมากมาย ไหนเลยจะมีพื้นที่ให้เจ้าต้องกังวลใจ?”“