กวน! หากเจ้าวุ่นวายอยู่ในขอบเขตของตัวเอง ย่อมไม่มีผู้ใดสนใจ แต่หากเจ้าวุ่นวายในเมืองซวีหลิง ทุกผู้คนจะไม่ยินยอม”เถียนเหิงปอยามนี้ไร้วาจาจะกล่าว หวนคิดถึงเรื่องนี้ มันก็เห็นจริงตามนั้น ชั่วอึดใจให้หลัง ค่อยเอ่ยปากถามอย่างลังเล “เช่นนั้นเราต้องรอนานเท่าใดเพื่อความชอบธรรมที่ว่า?”“ไม่ต้องห่วง รับรองว่าอีกไม่นาน” เถียนหย่งชิงเผยอยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ
“มันหนีไปแล้ว?” จั่วม่อตะลึงงันอยู่กับที่ มันคิดไม่ถึงว่าชิงซวีซ่านเหรินจะหลบลี้หนีหน้า นี่ทำให้แผนการตอบโต้ที่วางเอาไว้ต้องพังไม่เป็นท่าทุกผู้คนสีหน้าอัปลักษณ์อยู่บ้าง พวกมันอุตส่าห์เตรียมตัววางแผนมาตั้งนานสองนาน เฝ้ารอโอกาสที่จะได้ประเคนความยุ่งยากให้แก่ผู้อื่น นี่ราวกับหมัดที่เงื้อง่าอยู่เป็นนาน พลันสูญเสียเป้าหมายไป รู้สึกอึดอัดขัดข้องอย่างยากจะบ่งบอกบรรยายหรือว่าครั้งนี้พวกมันจะไม่มีปัญญาคิดบัญชีจริงๆ?จั่วม่อผู้ไม่เคยใจบุญสุนทานถึงขั้นให้อภัยศัตรู ย่อมเต็มไปด้วยความคับข้องขุ่นเคืองใจ ดึงทึ้งเส้นผมจนแทบหลุดติดมือ แต่ชิงซวีซ่านเหรินหลบลี้หนีหน้าไปแล้ว มันยังจะทำอะไรได้อีก คิดหาเรื่องผู้คนก็ต้องมีเป้าหมาย พวกมันย่อมคิดได้ถึงความจริงที่ว่ามีคนชักใยอยู่หลังฉาก ตั้งใจจะรีดเค้นรายละเอียดจากชิงซวีซ่านเหริน แต่ผู้ใดจะคาดคิด เจ้าเฒ่าผู้นั้นกลับวิ่งหนีหายไปเสียอย่างนั้น!ตาแก่นั่นกล่าวคำอาฆาตเสียดิบดี แต่กลับเป็นคนไร้นํ้ายาผู้หนึ่ง!จั่วม่อแช่งชักห