เช่นนั้นเราสามารถนั่งรอดูว่าพวกมันจะทำอะไร”“หากถามข้า เพียงแค่เข้ายึดเกาะตรงๆ ก็พอแล้ว” เถียนเหิงปอพึมพำอย่างขุ่นใจอยู่บ้าง“ยึด? ข้าไหนเลยจะไม่ต้องการเช่นนั้น แต่เรื่องนี้ต้องมีความชอบธรรม” เถียนหย่งชิงกล่าวอย่างขบขัน “หากไม่มีความชอบธรรม เราจะเข้ายึดได้อย่างไรกัน?”“ยังจะต้องการความชอบธรรมอันใดอีก? เพียงแค่ยึดเอามาก็พอ!” เถียนเหิงปอโต้แย้ง “แค่ส่งกองพันเถียนเยี่ยไป พวกมันก็สามารถยึดทั้งเกาะได้ในชั่วพริบตา ไยต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงมากมาย?”“เจ้าโง่!” เถียนหย่งชิงถลึงตาใส่เถียนเหิงปอ “ตระกูลเถียนเราไม่ใช่ขุมกำลังจากภายนอก หากทำเยี่ยงนั้น ตระกูลอื่นจะมองเราอย่างไร? เฮอะ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไร เจ้าใช่รู้สึกว่าหมัดของตัวเองใหญ่โตกว่าผู้ใดกระมัง?”“มิผิด!” เถียนเหิงปอยอมรับอย่างผ่าเผย “หมัดของผู้ใดใหญ่โตกว่า ผู้นั้นย่อมเป็นผู้กำหนด!”“เช่นนั้นหมัดของตระกูลเถียนเราใช่ใหญ่โตกว่าพรรคซวีหรือไม่?” เถียนหย่งชิงกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา “หากยึดถือตามหลักการของเจ้า ดินแดนนี้สมควรมีเพียงสำนักเดียวแล้ว นั่นคือพรรคซวีหลิง! ผู้ใดสามารถต่อกรกับพวกมัน?”เถียนเหิงปอพลันอับจนถ้อยคำ“อย่าได้โง่เขลานัก!” เถียนหย่งชิงกล่าวด้วยความรู้สึกที่แท้จริง “แต่ละตระกูลมีขอบเขตของตัวเอง เมืองซวีหลิงเป็นสถานที่ที่ทุกผู้คนทำการค้าร่วมกัน ตระกูลเถียนเราไม่สามารถก่อกวนแบบฉบับนี้ได้ กระทั่งพรรคซวีหลิงเองยังไม่สามารถก่อ