ั้งหมดในบัดดล!กระทั่งคนที่อารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาอย่างเหวยเสิ้ง ยังสีหน้าเย็นเยียบ แทบจะลากกระบี่ดำเข่นฆ่าเข้าเมืองซวีหลิงโดยไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหม!ร้อนถึงจั่วม่อต้องรีบหยุดคนเหล่านี้เอาไว้ก่อนต่อให้พวกมันบุกเข้าไปเช่นนี้ คิดหาคนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายจั่วม่อฉุดกระชากทุกคนเอาไว้ แล้วพากันสุมหัวอยู่ในห้องมืดเล็กๆ ปรึกษาหารือแผนการร้ายอย่างรอบคอบถี่ถ้วนเรื่องนี้ยังไม่จบง่ายๆ แน่!
“พวกมันไม่ทำอะไรเลย?” เถียนหย่งชิงหน้านิ่วคิ้วขมวด ถามอย่างเหลือเชื่ออยู่บ้างเถียนเหิงปอก็ฉงนงุนงงไม่แพ้กัน สั่นศีรษะพลางกล่าว “ไม่ทำอะไรเลยจริงๆ หรือว่าพวกมันจะยอมรับความพ่ายแพ้และยอมรามือเพียงเท่านี้?”เรื่องครั้งนี้เป็นตระกูลเถียนลอบชักใยจากเงามืด เป็นพวกมันเองที่จงใจบอกข่าวเรื่องการตายของตระกูลเยิ่นให้แก่กู่เซี่ยงเทียนทุกขั้นตอนภายในแผนการครั้งนี้ ล้วนมีเงาของพวกมันแอบแฝงอยู่เบื้องหลัง“ไม่น่าเป็นไปได้!” เถียนหย่งชิงสั่นศีรษะ “พวกมันดูไม่คล้ายคนที่ยอมรามือได้โดยง่าย มิเช่นนั้น ทีแรกพวกมันคงไม่บาดหมางกับตระกูลเยิ่นแล้ว”“เช่นนั้นพวกมันคิดทำอะไร?” เถียนเหิงปอถามอย่างมึนงงเถียนหย่งชิงฉุกคิดถึงบางสิ่ง รีบถามว่า “ตอนนี้ชิงซวีซ่านเหรินอยู่ที่ใด?”“หลบหน้าไปแล้ว!” เถียนเหิงปอตอบ “ข้ามอบจิงสือให้แก่มันจำนวนหนึ่ง บอกให้มันไปหาที่ซ่อนตัวสักระยะ”“จัดการได้ประเสริญ” เถียนหย่งชิงก้อนหินในหัวใจร่วงลงทันทีแย้มยิ้มพลางกล่าว “