ังปราณปะทุออกจากร่างราวกับเปลวไฟลุกโหม ในชั่วพริบตาเดียว ทั่วร่างมันก็ปกคลุมไปด้วยพลังปราณคล้ายเปลวไฟเป็นชั้นบางๆ นี่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าพลังปราณกำลังถูกเร่งเร้าไปถึงขอบเขตสูงสุดไม่จำเป็นต้องให้สัญญาณ ม้าฝานกับเหนียนลู่เร่งเร้าพลังปราณทั่วร่างอย่างพร้อมเพรียง เปลวพลังปราณก็ปรากฏขึ้นบนร่างของพวกมันเป็นชั้นบางๆ เช่นเดียวกันเปลวพลังปราณบนร่างพวกมันทั้งสามล้วนผิดแผกแตกต่างเปลวไฟของเหลยเผิงเป็นสีแดงที่ย้อมด้วยริ้วสีดำ บันดาลให้ผู้คนหวาดกลัวจับใจ เปลวพลังปราณของม้าฝานเป็นสีเทาเลือนรางไม่แน่นอน ยากจะสัมผัสได้ เปลวพลังปราณของเหนียนลู่เป็นสีเขียวปนชมพู สวยสดงดงามเป็นที่สุดราวกับหอเหล็กตระหง่านงํ้า เหลยเผิงถลึงมองอย่างพิโรธโกรธกริ้ว กล้ามเนื้อทั่วร่างโป่งพอง เงื้อกระบี่หนักผลึกทองในมือขึ้นสุดล้าซี่!กระแสอากาศเล็กละเอียดนับไม่ถ้วนรอบกายมันคล้ายถูกดึงด้วยมือที่มองไม่เห็น ปราณกระบี่เล็กๆ ที่คมกล้าอย่างเหลือเชื่อราวกับเศษนํ้าแข็งแหลมคม สาดกระเซ็นไปทั่ว เปล่งเสียงแหวกฝ่าอากาศแหลมสูงม้าฝานดวงตาครึ่งหลับครึ่งลืม ปลายกระบี่บินในมือตั้งขึ้นเล็กน้อย เหนียนลู่สีหน้าเคร่งขรึม ดอกบัวเลือนรางแทบมองไม่เห็นปรากฏขึ้นบนกระบี่บินที่เรียวยาวเป็นพิเศษของมันเสร็จสิ้นการเตรียมการ เหลยเผิงรู้สึกเส้นโลหิตเบ่งพอง แต่จิตใจมันราบเรียบสงบนิ่งราวกับตาพายุทันใดนั้นจิตมันเคลื่อนนำ ร่างกายเคลื่อนตามความคิดเจตจำนงกระบี่ที่