บรรยากาศการสนทนากับเลี่ยวฉีชางเป็นไปด้วยความราบรื่นจั่วม่อยังร้องขอให้เลี่ยวฉีชางช่วยเหลือมันเสาะหาอากาศสีครามทั้งออกตัวว่ามันยินดีที่จะซื้อหาในราคาสูง เลี่ยวฉีชางย่อมรับปากอย่างเป็นธรรมชาติหลังจากสนทนาอย่างถูกคอกว่าหนึ่งชั่วยาม เลี่ยวฉีชางกับสวีเจิ้งเวยผุดลุกขึ้นกล่าวคำอำลาเพื่อเป็นการให้เกียรติ จั่วม่อร่วมทางส่งพวกมันออกจากเกาะด้วยตัวเองรอจนอาคันตุกะทั้งสองออกจากเกาะเต่าจนห่างไกล สวีเจิ้งเวยค่อยเอ่ยปาก “เจ้าเห็นว่าอย่างไร?”เลี่ยวฉีชางสีหน้าหนักอึ้งเคร่งเครียด “พวกมันไม่รวบรัดธรรมดา” มันนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะกล่าวสืบต่อ “เจ้าดูว่าพวกเราสนทนากันนานเพียงใด คนแซ่จั่วใช่เปิดเผยร่องรอยความเป็นมาของพวกมันแม้แต่น้อยหรือไม่? คนผู้นี้ปากแข็งใจคอหนักแน่น มีกลุ่มคนอันร้ายกาจอยู่ใต้อำนาจ แน่นอนว่าไม่ใช่ลูกพลับอ่อนนุ่มให้ผู้คนบีบเค้นได้ตามอำเภอใจ”“ใช่!” สวีเจิ้งเวยใบหน้าเต็มไปด้วยความพลุ่งพล่าน “พวกมันดุดันอำมหิตอย่างแท้จริง วันนั้นข้าชมดูพวกมันบดขยี้ตระกูลเยิ่นกับตา เห็นได้ว่าพวกมันไม่ได้มาจากสถานที่อันสงบสุขเป็นแน่”“ข้ายังไม่แน่ใจว่าพวกมันมาจากที่ใด” เลี่ยวฉีชางกล่าว “แต่มันมีผู้คนใต้อำนาจมากมาย ไม่ขาดแคลนยอดฝีมือ พฤติการณ์แม้ดุดันอำมหิต แต่ไม่ได้เย่อหยิ่งโอหังหรือไร้เหตุผล ทั้งยังมากเล่ห์เพทุบายดุจจิ้งจอก คนเช่นนี้ไม่ว่าอย่างไรเราก็ไม่สมควรเป็นศัตรูด้วย”“ฟังว่าผู้คนมากมายมุ่งเป้าไปยังพวกมั