ขณะที่ขุมกำลังสำคัญต่างๆ ในเมืองซวีหลิง มุ่งความสนใจทั้งหมดไปยังขุมกำลังลึกลับที่มาใหม่ ขุมกำลังใหม่นี้กลับไม่เคยย่างเท้าออกจากเกาะเมฆตระกูลเยิ่นแม้สักก้าว อ้อ รอประเดี๋ยว นี่ไม่ถูกต้อง ว่ากันว่าเกาะเมฆตระกูลเยิ่นในเวลานี้ เรียกว่าเกาะเต่าหน่วยสอดแนมที่แฝงเร้นอยู่ในเงามืดภายนอกค้นพบด้วยความตื่นกลัว ว่าเกาะเต่าทั้งเกาะถูกปกคลุมอยู่ภายใต้ชั้นเมฆหนาทึบ ไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้ มีเพียงลำแสงที่ส่องทะลุชั้นเมฆหนาเป็นครั้งคราว ที่ดูเหมือนจะบอกเตือนพวกมันว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในเกาะเกาะเต่าเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงจริงๆสำหรับเสริมความปลอดภัยให้กับเกาะ จั่วม่อไม่เคยเสียดายจิงสือ มันทำท่าราวกับว่าจนกว่าจะสร้างเกาะเต่าให้สมดังนามเต่าอมตะ มันจะไม่ยอมหยุดพักรามือเป็นอันขาด แสงสว่างที่บรรดาหน่วยสอดแนมด้านนอกมองเห็น เป็นแสงที่เกิดขึ้นจากการเสริมสร้างค่ายกลป้องกันเกาะของจั่วม่อเองจั่วม่อสรุปว่าค่ายกลเมฆสายฟ้าหยินหยางไม่แข็งแกร่งพอ จึงแล่นไปร้องขอค่ายกลชุดใหม่จากผูเยาผูเยามีเคล็ดลับและเวทวิชาทุกประเภท ทั้งหมดล้วนเป็นสินสงครามจากชัยชนะตลอดชีวิตกรำศึกของมัน แน่นอนว่าด้านค่ายกลป้องกันย่อมไม่ขาดตกบกพร่อง เริ่มแรกผูเยาไม่เต็มใจส่งมอบค่ายกลให้ มันยังคงขุ่นข้องหมองใจกับเรื่องที่ว่าสังขารปิศาจของจั่วม่อแข็งแกร่งกว่าศาสตร์อสูร รวมกับที่ว่ามันไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากเรื่องนี้ ผูเยาจึงไม่ค่อยมีแก่ใจเท่า