จั่วม่อตรวจสอบร่างกายของอากุ่ย ก่อนที่ใบหน้าจะทอแววปิติยินดี อากุ่ยในดวงตายิ่งมีประกายชีวิตมากกว่าเดิม นางไม่ได้ดูเหมือนคนตายอีกต่อไป เปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้ พลังงานสีม่วงในร่างนางเพิ่มพูนขึ้นอีกเท่าตัวการเปลี่ยนแปลงของอากุ่ยเป็นไปในทางที่ดี จั่วม่อเบิกบานใจยิ่งจ้องมองใบหน้าที่ยังคงแข็งทื่อของนาง ไม่ทราบเพราะเหตุใดจั่วม่อรู้สึกเจ็บปวดใจอยู่บ้าง หากมิใช่ว่านางปกป้องมัน อากุ่ยคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพผิดธรรมชาติเช่นนี้ จะคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงจั่วม่อแม้ไม่ทราบว่าอากุ่ยไฉนยินดีสละชีวิตเพื่อมัน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หนี้ชีวิตหนนี้ก็มีคุณค่ามากพอให้จั่วม่อยินดีชดใช้ด้วยชีวิตของมันเองรออีกเพียงครึ่งปี พวกมันจะเสาะหาจนพบตัวอ่อนเมฆวารี แล้วอากุ่ยจะได้ทุเลาหายดี นึกถึงเรื่องนี้ จั่วม่ออดเต็มไปด้วยความคาดหวังต่ออนาคตไม่ได้บัดนี้พวกมันครอบครองเกาะเต่า อาจเรียกได้ว่าครอบครองทรัพย์สินของตัวเองจริงๆ เสียที ลำพังแค่ท้องทุ่งปราณหมื่นกว่าหมู่ก็มากพอให้มันเลี้ยงดูพี่น้องทุกคนอย่างสุขสบายพวกมันตั้งหลักมั่นบนเกาะแห่งนี้แล้ว ส่วนที่เหลือก็คือวิธีการจัดการที่มีประสิทธิภาพ นี่ได้แต่ค่อยๆ ทดลองดู ทุกผู้คนรวมทั้งตัวมันเองล้วนมีชาติกำเนิดตํ่าต้อย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกมันต้องจัดการกับอาณาเขตมหึมาเช่นนี้ แต่จั่วม่อหาได้หวาดหวั่นไม่ เกอบุกฝ่าพายุโลหิตมานักต่อนัก กับเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ไม่เพียงพอให้เกอต้องหวาด