หมู่กลายเป็นว่าพวกมันสามสิบคน สามารถรับภาระท้องทุ่งปราณได้มากที่สุดเพียงหนึ่งพันห้าร้อยหมู่เท่านั้น! อีกทั้งท้องทุ่งปราณระดับสี่หากอยู่ในมือของพวกมัน ก็มีแต่เสียเปล่าเท่านั้น ไม่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพนึกถึงท้องทุ่งปราณหนึ่งหมื่นกว่าหมู่ที่ต้องสูญเปล่า จั่วม่อเจ็บปวดใจจนแทบรํ่าไห้ออกมา“ที่นี่สามารถว่าจ้างเกษตรกรปราณหรือไม่?” จั่วม่อถามซางเว่ยหมิงซางเว่ยหมิงสั่นศีรษะ “นี่ไม่ง่ายนัก แม้ว่าระยะนี้มีเซียนสัญจรเข้ามามากมาย แต่ก็ยังไม่มีเกษตรกรปราณมากพอ หลายตระกูลก็กำลังเสาะหาเกษตรกรปราณเช่นกัน”จั่วม่อกัดฟันแน่นด้วยสีหน้าปวดร้าวใจ ลอบจดจำปัญหานี้เอาไว้ปล่อยให้เสียเปล่าคือความอับอาย!อย่างรวดเร็ว จั่วม่อค้นพบว่าไม่เพียงแค่ท้องทุ่งปราณที่มีปัญหา ที่แท้ยังมีทรัพยากรอีกมากมายบนเกาะ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่บนเกาะมีนํ้าพุปราณสามสิบหกแห่ง แต่มีเพียงหกแห่งที่ถูกใช้งาน ทั้งยังใช้เลี้ยงสัตว์ปราณที่สุดแสนจะธรรมดาสามัญเท่านั้นบนเกาะยังมีทะเลสาบปราณอีกสามแห่ง แต่ไม่มีแม้แต่แห่งเดียวที่ถูกใช้งาน ทะเลสาบแต่ละแห่งรกเรื้อด้วยวัชพืช ว่ากันว่าสามเฒ่าตระกูลเยิ่นไม่ได้แยแสสนใจทะเลสาบปราณแม้แต่น้อยกระทั่งวัชพืชยังไม่คิดจะกำจัดทรัพยากรที่ถูกพัฒนามากที่สุดบนเกาะ คือถํ้าไหมหิมะ ถํ้าแห่งนี้ทั้งลึกและหนาวเย็นเป็นที่สุด มีตัวไหมหิมะฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ภายในถํ้า เส้นไหมที่ผลิตออกมาจากตัวไหมเมฆาหิมะ เรียกว