จั่วม่อชี้มือไปข้างหน้า ด้วยท่วงท่าประหนึ่งแสงประภาคารนำทางในความมืดมน เสียงตะโกนดังสนั่นของมันราวกับเสียงแตรศึกปลุกเร้าความกระหายในส่วนลึกที่สุดของคนดุร้ายเหล่านี้ขึ้นมาอัคคีพสุธาชักนำสายฟ้าสวรรค์!*(*เป็นสำนวน น่าจะหมายถึงเรื่องหนึ่งชักนำให้เกิดเรื่องใหญ่กว่า เหมือนเวลาที่ภูเขาไฟระเบิดมักจะทำให้เกิดสายฟ้าผ่าตามลงมา)เหล่าบุรุษดุร้ายช่วงเอวตั้งตรง พ่นลมหายใจแรงๆ บ้างลากขวานใหญ่เท่าบานประตู บ้างสลัดมีดผ่าฟืนเล่มยาวลงจากไหล่จากนั้นเริ่มโถมทะยานเร่งความเร็วอย่างสุดกำลัง!เมื่อพวกมันทะยานร่างไปข้างหน้าอย่างไม่ออมรั้งเรี่ยวแรงกำลัง เกล็ดโลหะของชุดเกราะหนักกระทบกันเกรียวกราว แต่รอจนบุรุษดุร้ายเหล่านี้เร่งความเร็วไปถึงจุดหนึ่ง สุ้มเสียงพลันแปรเปลี่ยนไปเคล้ง… …เคล้ง… …แต่ละเสียงคล้ายแรดเหล็กกล้าควบตะบึงไปตามพื้น บันดาลให้ผู้คนใจสั่นพรั่นพรึง แต่เมื่อสุ้มเสียงเกราะหนักกระทบกันนับร้อยเสียงผนึกรวมตัว หนาแน่นเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เสียงโลหะกรีดร้องกระหึ่มกึกก้อง กวาดวาบออกไปด้วยพลังสภาวะที่ไม่ยินยอมให้ผู้ใดขวางกั้น!กึงกึงกึง!พื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษหินเล็กๆ กระเด็นกระดอนขึ้นจากพื้น ราวกับแผ่นดินไหวก็มิปาน!หมิงเลี่ยพุ่งออกมาอย่างขาดสติร่วมห้าจั้ง พลันฝืนหยุดยั้งตัวเองเอาไว้ มันใบหน้าเขียวคลํ้า ถลึงมองคลื่นเกราะหนักบุกทะลวงตรงเข้าหามันด้วยสายตาหวาดหวั่นขวัญผวา ริมฝีปากสั่นระริก!เกราะ