่อมตนอย่างยิ่งศิษย์คุนหลุน!ผู้คนของค่ายจู่เชวี่ยพอฟังคำนี้ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง“ศิษย์คุนหลุน… …” แม่นางน้อยหรี่ตาแคบ รอยยิ้มยิ่งเหนียมอายกว่าเดิม พึมพำกับตัวเองเบาๆ “ช่างบังเอิญนัก นึกไม่ถึงว่าจะพบพาคนของคุนหลุนเข้าจริงๆ”รอบกายมันบังเกิดเสียงแค่นอย่างเย็นชาไม่ขาดหู ทุกผู้คนสีหน้ามืดทะมึนหากเลือกสำนักที่ไม่เป็นที่ต้อนรับมากที่สุดในหมู่พวกพ้องของจั่วม่อ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคุนหลุนมาเป็นอันดับแรก! บัดนี้คนจากสำนักคุนหลุนยืนอยู่ตรงหน้าพวกมัน ไม่มีผู้ใดรักษาใบหน้าที่ดีได้ซงเยวียนสายตาคมกล้า สังเกตเห็นสีหน้าขุ่นแค้นและความคิดฆ่าฟันของเซียนกระบี่ค่ายจูเชวี่ยในทันที “คนเหล่านี้ดูเหมือนไม่ค่อยเป็นมิตรกับเราเท่าใด” มันใจสั่นสะท้าน รีบบอกเตือนศิษย์พี่เสียงเบาตํ่าหมิงเลี่ยหัวใจกระตุกวูบ แต่สีหน้ากลับเป็นปกติอย่างรวดเร็วกระซิบตอบเบาตํ่าเช่นเดียวกันว่า “พวกมันไม่เป็นมิตรกับเราก็ไม่เป็นไร จะอย่างไรพวกมันต้องไม่เข้าข้างอสูรปิศาจแน่”“นั่นก็จริง” ซงเยวียนพอขบคิดตามศิษย์พี่ ค่อยถอนหายใจโล่งอก คนเหล่านี้ไม่ว่ามีความคับข้องใจใดกับคุนหลุน ทุกคนก็ยังเป็นซิวเจ่อเช่นเดียวกัน จัดอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับอสูรปิศาจอย่างแน่นอนหมิงเลี่ยกล่าวเสียงดังกังวาน “วันนี้ได้ชมดูแบบฉบับของท่านผู้สูงส่ง เป็นที่นับถือเลื่อมใสโดยแท้ แต่สถานที่นี้เป็นอาณาเขตของกองทัพปิศาจ อันตรายยิ่ง วิญŜูชนไม่สนทนาในสถานที่อันตราย ข้าว่าท