ออมรั้งยั้งมือ เป็นเหตุให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วคละคลุ้งไปด้วยพิษบุปผาหลายสิบชนิดเหล่าทหารปิศาจซึ่งไม่มีภูมิคุ้มกันพิษ ทยอยร่วงหล่นดุจบุปผาปลิดปลิวกระทั่งเซียนกระบี่ค่ายจูเชวี่ยซึ่งได้รับภูมิคุ้มกันพิษจากทาสบุปผาแต่แรก ยังมีสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง ฉากเบื้องหน้าพวกมันก็ขู่ขวัญพวกมันเช่นกัน กับพิษบุปผาอันร้ายกาจพิสดารนี้ ทำให้พวกมันถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ขบวนทัพไร้ผู้ต้านที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ ถึงกับล่มสลายไปในบัดดล จะไม่ให้พวกมันตื่นตระหนกได้อย่างไรหากพวกมันไม่มีภูติต้านทานพิษ ผลสุดท้ายของพวกมันจะไม่ต่างจากทหารปิศาจที่น่าสังเวชเหล่านี้พวกมันเฝ้าระวังอยู่ชั้นนอกของขบวนทัพ ย่อมไม่กล้าหลบเลี่ยงไปจากตำแหน่ง เซียนกระบี่ที่สายตาแหลมคม ยังกระทั่งสามารถมองเห็นพิษบุปผาคล้ายสายใยหมอกควันเบาบางล่องลอยอยู่ในอากาศห่างจากพวกมันไปเพียงสามจั้งทุกผู้คนรู้สึกขนลุกขนชันอยู่บ้างไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีการครํ่าครวญ มีเพียงเสียงล้มกระแทกหรือชนกันอันสับสนวุ่นวายเท่านั้น เพียงแค่ล้มฟาด แล้วทุกสิ่งก็ค่อยๆ กลายเป็นเงียบสงัดดุจป่าช้าเงียบสงัดจนขนหัวลุกชี้ชัน!เหล่าทาสบุปผาหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง แต่ท่ามกลางความเงียบสงัดอันน่าขนลุก เสียงหอบหายใจได้ยินชัดเจนยิ่ง จนคล้ายกับจะเพิ่มการประดับประดาให้กับความตายอันน่าสยดสยองนี้
สองกองทัพที่พุ่งทะยานเข้ามาราวกับลูกธนู คล้ายถูกเชือกที่มองไม่เห็นลากรั้งเอาไว้ทันท