ี ทั้งคู่พากันชะลอตัวและหยุดยั้งลงโดยมิได้นัดหมายสองกองทัพเงียบกริบใบหน้าพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่ว่าจะเป็นเซียนกระบี่หรืออสูรนักรบ ในส่วนลึกของดวงตาพวกมันมีแต่ลำแสงหลากสีอันงดงามเหล่านั้น!หมิงเลี่ยกับซงเยวียนหน้าเขียวคลํ้า เหม่อมองภาพที่ราวกับมาจากขุมนรกเบื้องหน้าอย่างซึมเซา“ร้ายกาจ… …พิษอันร้ายกาจ!” ซงเยวียนละลํ่าละลัก ซิวเจ่อที่ฝึกปรือวิชาพิษไม่ได้ยากพบเห็น พวกมันส่วนใหญ่เป็นเซียนสัญจร ซงเยวียนเคยพบพานเซียนสัญจรยอดฝีมือพิษที่ร้ายกาจมาไม่น้อย แต่พิษที่สามารถคร่าชีวิตทหารนับพันๆ ในคราเดียว มันเพิ่งจะเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก!หมิงเลี่ยถลึงตามองเหล่าคนเท้าเปล่าที่ใบหน้ายิ้มแย้ม แทบกัดริมฝีกปากตัวเองแตกโดยไม่รู้สึกตัวคนเหล่านี้ที่แท้มีความเป็นมาเช่นไร?มีเซียนกระบี่มากมาย จะต้องเป็นสำนักกระบี่แน่! เพียงแต่สำนักกระบี่ใดจะร้ายกาจถึงปานนี้? เพียงสะบัดมือคราเดียว ก็สามารถเข่นฆ่าทัพปิศาจแรดเขาดำสองพันกว่าตนจนพินาศสิ้น นี่เป็นพลังอำนาจที่สมควรโดดเด่นสะดุดตา และมันยามนี้สามารถมองเห็นซึ้งกระจ่าง นับตั้งแต่ชั่วพริบตาที่เซียนสัญจรที่ฝึกปรือพิษประหลาดปรากฏกายขึ้น เหล่าเซียนกระบี่ก็ล่าถอยไปตั้งทัพคุ้มครองพวกมัน ด้วยความมั่นคงดุจหินผา เผชิญหน้ากับการบุกทะลวงสะท้านฟ้าดินของทัพปิศาจแรดเขาดำโดยไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยมีการฝึกฝนที่ดี!ถ้อยคำนี้ผุดขึ้นในใจ เมื่อหวนคิดย้อนกลับไป กระทั่งหมิงเลี่ยผู้เย่อ