ช่คู่มือของจั่วม่อ ได้แต่กล่าวว่า “สังขารปิศาจกับแม่ทัพปิศาจเป็นสองวิถีที่แตกต่างกัน ข้าล่วงรู้ไม่มากนัก”แต่พอเห็นจั่วม่อหันหน้ามายังมันด้วยสีหน้าเบิกบานอย่างกับดอกทานตะวัน ค่อยล้มเลิกความคิดดิ้นรนอย่างชาญฉลาด “แม่ทัพบัญชาการศึกเผ่าปิศาจ ผิดแผกแตกต่างจากอีกสองเผ่าอย่างแท้จริง สิ่งแรกที่พวกมันต้องเรียนรู้ คือต้องสัมผัสการสะท้อนพลังจากสหายของพวกมันได้”“สัมผัสการสะท้อนพลังจากสหาย?”เว่ยลอบถอนใจโล่งอก สีหน้าไร้ยางอายของจั่วม่อในที่สุดก็หายไปแล้ว กลายเป็นงุนงงสงสัยแทน มันค่อยสบายอกสบายใจขึ้นอธิบายต่อไปว่า “ใช่ พลังของปิศาจคือพลังแห่งเลือดเนื้อร่างกายเป็นตัวตนที่เที่ยงแท้ มีเพียงสะท้อนพลังของสหายผู้หนึ่ง จึงสามารถเชื่อมโยงสื่อสารกับร่างกายของสหายผู้นั้นได้ ในสนามรบทิศทางของพลังงานนั้นจะรวดเร็วและแม่นยำกว่าเสียงมาก!”“ที่แท้เป็นเช่นนี้… …” จั่วม่อกล่าวอย่างครุ่นคิดเว่ยจู่ๆ ก็แย้มยิ้มกว้างขวาง แบสองมือกว้าง “อย่าถามข้าว่าจะสะท้อนพลังของสหายได้อย่างไร ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ข้าเป็นเพียงชุดเกราะป้ายศิลาผู้หนึ่งเท่านั้น”มันไม่ได้โป้ปด ไม่ทราบเพราะเหตุใด เมื่อมันเห็นจั่วม่อทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เว่ยผู้อยู่ในอารมณ์อับจนหนทาง ทันใดนั้นรู้สึกดีขึ้นไม่น้อย“สัมผัสการสะท้อนพลังจากสหาย… …” จั่วม่อครุ่นคิด มันคล้ายเข้าใจอะไรบางอย่าง แต่เมื่อขบคิดลึกลงไป กลับคล้ายไม่เข้าใจอะไรเลยจมอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด จั่วม่อ