“เส้นทางนี้ปลอดภัยจริงๆ หรือไม่?” เหนียนลู่พึมพำ ปากแม้กล่าวเช่นนั้น แต่มือเคลื่อนไหวอย่างว่องไว ไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย ดอกบัวขาวขนาดเท่าเล็บมือลอยขึ้นลงไม่หยุดยั้งเหนียนลู่นิสัยใจคอร่าเริงแจ่มใส วิธีการฝึกฝีมือของมันยังแตกต่างจากผู้อื่นไม่น้อยเหลยเผิงลูบคลำกระบี่หนักผลึกทองอย่างรักใคร่ สีหน้าเคลิบเคลิ้มมึนเมาม้าฝานเคี้ยวก้านหญ้าเขียว นอนหงายเหยียดยาวบนพื้นศีรษะหนุนบนท่อนแขน สายตามองขึ้นไปบนฟ้า ท้องฟ้าบนเรือเป็นเพียงท้องฟ้าที่เกิดจากค่ายกลลวงตา แต่มีชีวิตชีวาคลับคล้ายของจริงเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ผู้คนจิตใจผ่อนคลาย ท้องฟ้าของสนามรบปิดผนึกล้างเผ่าพันธุ์ดูเหมือนถูกย้อมด้วยโลหิตอยู่ตลอดเวลาคอยกดดันให้ผู้คนเสียกำลังใจ ไม่มีผู้ใดอยากเห็นท้องฟ้าสีโลหิตนั้น“รอจนผ่านไปก็รู้เอง” ม้าฝานตอบอย่างเฉื่อยชา“หากไม่ปลอดภัยก็ยิ่งดี!” เหลยเผิงคำราม ช่วงหลายวันหลังจากที่มันฟื้นขึ้นมา มันคล้ายเปลี่ยนเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิงทั้งเงียบขรึมและสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด แต่รอจนได้รับกระบี่ยักษ์ผลึกทอง ในที่สุดค่อยกลับเป็นปกติ ทั้งยังกระหายการต่อสู้มากกว่าเดิม ดวงตาสาดประกายด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ มือหยาบใหญ่ลูบไล้กระบี่ยักษ์ไม่หยุด ไม่ว่าผู้ใดที่บังเอิญเหลือบมาเห็นฉากนี้ ล้วนรู้สึกหนาวเยือกจับใจติง ติง ติง!เสียงเตือนกรีดแหลมดังกึกก้องอย่างกะทันหัน“เจ้าปากอีกาอัปมงคล!” ม้าฝานสบถด่า หางเสียงยังไม่ทันขาดหาย มันดีดร่าง