้ยินว่าความสูญเสียทางด้านนั้นรุนแรงมาก” ปิศาจที่กล่าววาจามีเขาสีดำอยู่บนหน้าผาก เห็นได้ชัดว่ามันเป็นปิศาจแรดเขียวขจีตนหนึ่ง ทั่วร่างห่อหุ้มด้วยชุดเกราะหนาสีดำปนเขียว เสียงหัวร่อเต็มไปด้วยอาการดูหมิ่น“เป็นเรื่องธรรมดายิ่ง หากมิใช่ว่าต้าเหรินของเราสุขุมรอบคอบเปลี่ยนบริเวณนี้เป็นทะเลเลี้ยงปิศาจเสียก่อน พวกเราอาจจะพบจุดจบไม่ต่างจากอสูรเหล่านั้น” ผู้เอ่ยวาจาเป็นปิศาจจิ้งจอกหล่อเหลาตนหนึ่ง ภายใต้เรือนผมสีฟ้าอ่อนปนเงิน เป็นดวงตาดุจอัญมณีคู่หนึ่ง ริมฝีปากบางเฉียบเม้มแน่น สุ้มเสียงแฝงแววเกียจคร้านอยู่บ้าง บันดาลให้มันดูมีเสน่ห์ขึ้นอีกหลายส่วน“น่าเบื่อหน่ายเสียจริง! ข้าหลงคิดว่าจะได้ต่อสู้อย่างดุเดือดผู้ใดทราบว่าเราได้แต่ยืนเฝ้ายามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน บนร่างกายข้าแทบจะมีวัชพืชงอกเงยอยู่แล้ว!” ปิศาจแรดเขียวขจีบ่นอุบ เหลือบมองเข้าไปในหมอกโลหิตที่ห่างไกลแวบหนึ่ง ก่อนจะยอมถอดใจล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้น“เมื่อถึงเวลาต่อสู้จริงๆ เกรงว่าเจ้าจะไม่คิดเช่นนั้นแล้ว” ปิศาจจิ้งจอกหลานชิงชายตามองสหายรักอย่างหมั่นไส้พวกมันทั้งสองเป็นสหายรักตั้งแต่ยังเยาว์วัย เมื่อถึงตอนที่ได้รับคัดเลือกเข้าสู่กองทัพ มันเดิมทีไม่ต้องการมา ผู้ใดทราบว่าซีเหย่กลับแล่นไปลงทะเบียน ทั้งยังลงทะเบียนให้แก่มันด้วย ดังนั้นไม่ว่าหลานชิงยินดีหรือไม่ มันก็ต้องปล่อยเลยตามเลยแต่สำหรับเรื่องที่อาเหย่ลงทะเบียนให้มันด้วย หลานชิงไม่ได้โกรธเคืองอ