อาวุโส ในยุคสมัยของท่านมีวัตถุดิบที่มีจิตวิญญาณอยู่มากมายเลยใช่หรือไม่?”“ทุกหนทุกแห่ง” อสุภประหลาดมีสีหน้าไม่ใส่ใจ แล้วชี้กราดไปทั่วพื้นทราย “สิ่งของเช่นนี้ ไม่มีผู้ใดต้องการ”จั่วม่อแทบกระอักเลือด ทรายผลึกทองที่เป็นสมบัติลํ้าค่าในสายตาพวกมัน ถึงกับเป็นสิ่งของที่ไม่มีผู้ใดต้องการ อย่างไรก็ตามจั่วม่อพอครุ่นคิดดูก็เข้าใจกระจ่าง ในสมัยโบราณจำนวนผู้บำเพ็ญเพียรไม่ได้มากมายเท่าปัจจุบัน หลังจากพัฒนารุดหน้าและล้างผลาญทรัพยากรมานานปี หลังจากเก็บเกี่ยวและแบ่งสันปันส่วนมาหลายต่อหลายรุ่น แม้แต่วัตถุดิบจำนวนมากมายมหาศาลจนคล้ายจะใช้ไม่หมด ก็เป็นธรรมดาที่จะไม่หลงเหลืออยู่มากนักพอคิดเช่นนี้ จั่วม่อเห็นว่านี่เป็นความสมดุลประการหนึ่ง “ยุคสมัยแตกต่างกัน หากตอนนี้นำสิ่งของเหล่านั้นออกมา จะต้องถูกพิจารณาว่าเป็นสิ่งที่ดี วัตถุดิบที่มีจิตวิญญาณทั้งลํ้าค่าและหายากเกินไป”อสุภะประหลาดก็เป็นบุคคลอันปราดเปรื่องยิ่ง มันผงกศีรษะอย่างเข้าใจ กล่าวว่า “ไม่ต้องแปลกใจเลยที่พวกเจ้าพัฒนาวิธีการอันชาญฉลาดขึ้นมาชดเชย”แต่วาจาถัดไปของมันทำเอาเปลวไฟของจั่วม่อถึงกับไหววูบทรายผลึกทองตรงใจกลางเปลวไฟที่กำลังจะหลอมละลาย พลันกลับกลายเป้นผลึกดังเดิม“ในผืนทรายนี้ยังมีบางอย่างที่ดีกว่านี้”“บางอย่างอันใด?” จั่วม่อถามอย่างร้อนใจ สิ่งที่ดีกว่าทรายผลึกทอง เช่นนั้นอย่างน้อยมิใช่ระดับหกหรือ?วัตถุดิบระดับหก… …ชั่วพริบตานี้ จั่วม่อถึงกับรู้