ซึ่งความจริง ข้อห่วงกังวลของจั่วม่อกับพวกก็ได้รับการยืนยันในไม่ช้า สองวันแรกการเดินทางยังเป็นไปด้วยดี แต่พอล่วงเข้าวันที่สาม พวกมันก็เผชิญกับปัญหาสิ่งดุร้ายที่พวกมันพบมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ ดูคล้ายผีดิบตัวหนึ่ง เจ้าสิ่งดุร้ายรูปร่างมนุษย์ยืนเผชิญหน้ากับพวกมันอย่างไม่พรั่นพรึง ดวงตาดุร้ายทั้งคู่เปล่งแสงสีแดงแวววับ ทั่วทั้งร่างรวมถึงใบหน้า ปกคลุมไปด้วยเส้นขน ที่แปลกประหลาดก็คือสีขนไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด กลับประกอบไปด้วยเส้นขนหลากสีสัน ก่อเกิดลวดลายละเอียดอ่อนและซับซ้อน ประดุจลวดลายค่ายกลที่ไม่มีผู้ใดรู้จักที่เอวของมันห้อยหัวกะโหลกอันพิสดารศีรษะหนึ่ง คล้ายทำจากหยกหรือกระเบื้องเคลือบ ในเบ้าตาที่กลวงเปล่าของหัวกะโหลก คล้ายมีกลุ่มหมอกดำล่องลอยอยู่ภายใน“ระมัดระวังให้มาก นี่คือภูตอสุภ!”ฟังจากนํ้าเสียงบอกเตือนของผูเยา จั่วม่อตระหนักในทันทีว่าเจ้าสิ่งที่เรียกว่าภูตอสุภนี้ จะต้องเป็นภัยร้ายแรงเป็นพิเศษมันเพิ่งจะเห็นกระบี่บินอย่างน้อยสามเล่มทิ่มแทงใส่ร่างของภูตอสุภอย่างถนัดถนี่ นอกเหนือจากประกายไฟแลบเบาๆ การโจมตีอันดุดันนี้ไม่ได้ทิ้งริ้วรอยใดๆ ไว้ มิหนำซํ้าพลังกระแทกสะท้อนยังทำให้ผู้โจมตีแทบเป็นฝ่ายกระอักเลือดออกมาแทน ทุกผู้คนรวมทั้งจั่วม่อ เหวยเสิ้ง เซี่ยชานและคนอื่นๆ โถมทะยานเข้าช่วยเหลือในบัดดลภูตอสุภชั่วพริบตาที่การโจมตีแรกไม่ประสบผล ก็ล่าถอยกลับไปทันที มือขวากดลงบนหัวกะโหลกที่เอว ดวงตาสาดป