ระกายแดงวาบ จับจ้องเหวยเสิ้งตาเขม็ง ดูเหมือนมันเข้าใจว่าเหวยเสิ้งเป็นภัยคุกคามที่ร้ายกาจที่สุดสำหรับมัน เมื่อสายตาของมันเลื่อนไปยังกระบี่หักในมือของเหวยเสิ้ง แสงสีแดงยิ่งจัดจ้าขึ้นกว่าเดิม หมอกภูตม้วนตลบอย่างเกรี้ยวกราดพลังสภาวะของภูตอสุภทำให้จั่วม่อตื่นตระหนก รีบถามผูเยา“ภูตอสุภเป็นเรื่องราวใด?”“ซากศพซึ่งหลงเหลืออยู่ในอาณาบริเวณที่พลังงานภูตหนาแน่น จะไม่เน่าเปื่อยโดยง่ายดาย พลังงานภูตจะแทรกซึมเข้าไปในร่างศพเป็นระยะเวลายาวนาน ก่อเกิดเป็นภูตอสุภ เจ้าต้องระวัง ภูตอสุภตนนี้ไม่รวบรัดธรรมดา” ผูเยาสุ้มเสียงหนักอึ้ง “ตลอดรายทางที่มาที่นี่ เราไม่พบร่องรอยของซากศพแม้แต่น้อยเวลาผ่านไปนานปีถึงเพียงนี้ กระดูกยังป่นสลายกลายเป็นฝุ่นธุลีการก่อตัวของพลังงานภูตทมิฬต้องใช้เวลา อย่างน้อยที่สุดก็หลายร้อยปี หมายความว่าอสุภซากนี้สามารถคงรูปอยู่ได้หลายร้อยปีหากมิใช่ได้รับความช่วยเหลือจากสมบัติลํ้าค่าบางอย่าง ก็ต้องเป็นตัวซากศพเองที่แปลกพิสดาร แต่ไม่ว่าอย่างไหน ล้วนไม่ใช่เรื่องดี”สมบัติลํ้าค่า?สายตาของจั่วม่อเพ่งมองไปยังกะโหลกศีรษะที่เอวของภูตอสุภในบัดดล หรือว่าหัวกะโหลกนี้เป็นสมบัติลํ้าค่า? เมื่อมันชมดูลวดลายเส้นขนบนร่างของภูตอสุภที่ดูคล้ายค่ายกลตามธรรมชาติ มันรู้สึกว่าข้อสันนิษฐานของผูเยาเป็นไปได้มากทีเดียวประจันหน้ากับภูตอสุภ เหวยเสิ้งสีหน้าเคร่งเครียดลง แรงกดดันที่มันสัมผัสได้จากร่างของภูตอสุภตนนี้ เห