จั่วม่อถามผูเยาอย่างอยากรู้อยากเห็น “ศิษย์น้องกงซุนกำลังทำอะไร?”“มันกำลังจัดทัพ” ผูเยาดวงตาสาดประกายประหลาดวูบหนึ่ง แล้วจู่ๆ พลันหัวร่อออกมาเบาๆ “คราวนี้ก็มีเรื่องน่าดูชมให้ดูแล้ว”“เรื่องน่าดูชม?” จั่วม่อไม่เข้าใจผูเยาไม่ตอบคำ แต่สีหน้าหนักอึ้งก่อนหน้านี้หายวับเป็นปลิดทิ้ง มุมปากจุดรอยยิ้มเย็นเยียบชนิดหนึ่ง
ในสายตาผู้อื่น กงซุนชาคล้ายจัดขบวนทัพอย่างยากลำบาก แต่สำหรับตัวกงซุนชาเอง มันกำลังจมอยู่กับการทดลองจัดกระบวนทัพอย่างชุ่มฉํ่าใจอสูรเพลิงเหล็กหมาดมีคุณลักษณะคล้ายคลึงกับเหล่าเซียนกระบี่แห่งค่ายจูเชวี่ยเป็นอย่างยิ่ง พลังโจมตีอันล้นเหลือ แต่ความสามารถในการป้องกันตํ่าเตี้ยเรี่ยดินทว่าคราวนี้กงซุนชาไม่ได้จัดกระบวนทัพอสูรเพลิงเหล็กหมาดตามกลยุทธ์ของค่ายจูเชวี่ยดังที่มันคุ้นเคย แต่กลับพยายามจัดกระบวนทัพรูปแบบใหม่ๆ จัดอสูรเพลิงเหล็กหมาดหกตนรวมเข้าเป็นหนึ่งหน่วย หกหน่วยรวมเป็นหนึ่งหมู่ นี่เป็นครั้งแรกที่กงซุนชาจัดกระบวนทัพแบบนี้ แรกเริ่มมันดูติดขัดเงอะงะไปหมดกระทั่งผู้ชมยังรู้สึกได้ว่ามันลังเลอยู่บ้างแต่ยิ่งจัดทัพไปเรื่อยๆ ประกายในดวงตากงซุนชายิ่งใสกระจ่างขึ้นทุกขณะ การเคลื่อนไหวของมันกลายเป็นหมดจดคมชัดขึ้น การจัดกระบวนทัพยิ่งราบรื่นขึ้นทุกที พลังสภาวะที่เรียกว่าความเชื่อมันแผ่ซ่านออกมาอย่างแช่มช้าการจัดกระบวนทัพเช่นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงความคิดชั่วแล่นเท่านั้นปัญหาว่าทำอย่างไรจึงสามารถเพิ่มข