งทัพจึงจะเป็นความสุขสำราญที่แท้จริง!” ผูเยาล่อลวง “เป็นไร? ลองมารํ่าเรียนเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกดีหรือไม่? นี่สนุกสนานยิ่ง!”“ไม่!” จั่วม่อสั่นศีรษะระรัวเป็นตีกลอง“ไฉนไม่?” ผูเยาซักไซ้ จะให้เลิกราเพียงเท่านี้มันก็ไม่ยินยอมพร้อมใจ“ศิษย์น้องเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกอยู่แล้ว” จั่วม่อกล่าวราวกับสมเหตุสมผลเป็นที่สุด “ทำกำไรจิงสือจึงเป็นวิถีอันเที่ยงแท้หากข้าเรียนวิชาแม่ทัพบัญชาการศึก แล้วจะทำกำไรจิงสือได้หรือไม่?”ผูเยาไร้วาจาจะกล่าวในมุมอีกด้าน เว่ยนั่งเงียบๆ ไม่ปรารถนาเอาตัวเข้ามาข้องเกี่ยวกับหัวข้อนี้
กงซุนชามองกองทัพของมันที่จัดกระบวนทัพเสร็จสิ้นอย่างพออกพอใจ กลศึกที่ผิดแผก ย่อมต้องจัดกระบวนทัพแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม มันยังไม่ออกคำสั่งให้กองทัพเพิ่มความเร็ว ยังคงรักษาระดับความเร็วอันเชื่องช้าเอาไว้กลยุทธ์ใหม่นี้มันครุ่นคิดมาเป็นเวลานานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นำออกมาใช้จริง เป็นธรรมดาที่มีข้อบกพร่องมากมายสะดุดติดขัดไปหมด แต่กงซุนชาไม่รีบไม่ร้อน ค่อยทดลองไปทีละน้อย มันคล้ายไม่ล่วงรู้ว่านี่เป็นการต่อสู้ที่มีความสำคัญยิ่งหากกล่าวว่าก่อนหน้านี้ผู้คนยังดูหมิ่นมัน ยามนี้แม่ทัพบัญชาการศึกที่ขอเพียงมีภูมิความรู้อยู่บ้าง ล้วนพากันจับจ้องขบวนทัพรูปเกล็ดหิมะเป็นตาเดียวเฝ้ามองจนกระทั่งกองทัพพิสดารนี้ ค่อยๆ เปลี่ยนจากหยาบกระด้างไปเป็นราบเรียบลื่นไหล“พลังจิตสำนึกของเซียวม่อเกอกล้าแข็งอย่างแท้จริง” ซังหน