“ศิษย์น้องกงซุน?” จั่วม่อเผยสีหน้าเข้าใจทันที ที่แท้ผูเยาไม่ได้ลงมือเอง จากนั้นงุนงงอยู่บ้าง “เจ้าใช้วิธีลับใดดึงศิษย์น้องกงซุนเข้ามาที่นี่ได้?”“ฮี่ฮี่” ผูเยาลำพองใจยิ่ง “ก็ต้องใช้เรี่ยวแรงไปไม่น้อยทีเดียว แต่เคราะห์ดีที่จิตสำนึกของมันแข็งแกร่งกว่าเจ้า ดังนั้นยังพอมีวิธี”จั่วม่ออับอายขายหน้าอยู่บ้าง ทั้งยังตกอกตกใจอย่างไม่ปิดบัง “จิตสำนึกของศิษย์น้องกงซุนแข็งแกร่งกว่าข้าหรือ?”“เฮอะ! ทีนี้เจ้าทราบความแตกต่างแล้วหรือไม่ เจ้าฝึกปรือทุกอย่าง ล่วงรู้ทุกอย่าง อย่างละเล็กอย่างละน้อย แต่ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรเลย” ผูเยาไม่พอใจจั่วม่อมานานแล้ว ไหนเลยจะพลาดโอกาสเหยียบยํ่าซํ้าเติมมัน“หนทางนี้ดีที่สุดแล้ว ขอเพียงข้าสามารถอยู่รอดได้ก็พอหากข้าสามารถอยู่รอด ย่อมสามารถทำกำไรจิงสือ!” จั่วม่อไม่มีท่าทางสำนึกแม้แต่น้อย ทำให้ผูเยาขุ่นแค้นจนเหลือกตาขึ้น เว่ยผู้อยู่อีกด้าน นั่งอย่างสงบเคร่งขรึมอยู่ข้างกายจั่วม่อ ด้วยใบหน้าแย้มยิ้มสง่าผ่าเผยและเที่ยงธรรม อันเป็นป้ายยี่ห้อของมันจั่วม่อพบว่าพวกมันกำลังมองลงไปยังสนามรบจากตำแหน่งแง่มุมอันแปลกประหลาด เห็นได้ชัดว่าศิษย์น้องกงซุนไม่ได้สังเกตเห็นการคงอยู่ของพวกมันทั้งสาม จั่วม่อกวาดตามองไปรอบๆ อย่างสนอกสนใจ พลางถามว่า “อวี้เหิงสามารถพบเห็นศิษย์น้องกงซุนหรือไม่?”ผูเยาแสร้งเมิน เว่ยจึงอธิบายว่า “พวกมันไม่อาจเห็นศิษย์น้องของเจ้าได้ นอกจากพวกเราสามคน ไม่มีผู้ใดสามารถพบเ