ห็นมัน”“ที่แท้เป็นเช่นนี้!” จั่วม่อแสดงสีหน้าเข้าใจ จากนั้นถูมืออย่างกระเหี้ยนกระหือรือ “ศิษย์น้องกงซุนจะต้องทุบตีหยกโง่งมนั่นจนรํ่าไห้หามารดา คืบคลานกลับไปแทบไม่ทัน ผู เจ้าชั่วร้ายยิ่ง!”“ผู้อื่นหาได้อ่อนด้อยไม่” ผูเยาสั่นศีรษะ สีหน้าเคร่งเครียด“อวี้เหิงเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทอง พลังของมันไม่อาจดูแคลนได้!”“แม่ทัพบัญชาการศึกระดับทอง?” จั่วม่ออึ้งงัน แล้วกล่าวอย่างไม่เชื่อถือ “ไม่มีทาง เจ้าคนที่ดูขี้โกงนั่น จะเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองได้อย่างไร?”ผูเยาแค่นเสียงอย่างเย็นชา กล่าวว่า “เจ้าดูแคลนมันหรือ? ข้าจะบอกให้เอาบุญ มันเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองอย่างแท้จริง! กับคนอย่างเจ้า มันเพียงกระดิกนิ้วคราเดียว ก็บดขยี้เจ้าได้ทั้งกองทัพ”จั่วม่อใบหน้าหนายิ่ง เพียงการจู่โจมระดับนี้ หาสะทกสะท้านใหม่ เพียงหัวร่อคิกคักพลางถกเถียงว่า “บดขยี้ข้าหรือ?เอาชนะศิษย์น้องของข้าให้ได้เสียก่อนเถอะ! ใช่แล้ว ศิษย์น้องกงซุนตอนนี้อยู่ระดับใด? แค่เอาชนะตาเฒ่าผู้นี้ คงไม่มีปัญหากระมัง?”“นี่ยากบอกได้” ผูเยารอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า สีหน้าขรึมเคร่ง “ข้าไม่เคยสัประยุทธ์กับอวี้เหิงมาก่อน ไม่อาจหยั่งทราบว่าฝีมือของมันเป็นอย่างไร”“เอาเถอะ จะอย่างไรข้าก็เชื่อมือศิษย์น้องกงซุน!” จั่วม่อมีสีหน้ามั่นอกมั่นใจอย่างล้นเหลือผูเยาอัศจรรย์ใจอยู่บ้าง “เจ้าเชื่อมั่นในตัวมันถึงเพียงนี้เชียว?”“แน่นอน ศิษย์น้องเป็นยอดอัจฉริยะ!