” จั่วม่อตอบอย่างไม่ลังเล
กงซุนชาปกติมักประหม่าเอียงอาย กระทั่งยามกล่าววาจาทั้งสุ้มเสียงและสีหน้าท่าทีก็นุ่มนวลอ่อนโยน แต่ถึงคราวทำศึก มันคล้ายเปลี่ยนเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง ความวิกลจริตเช่นนี้ อาจเนื่องมาจากอิทธิพลของผูเยา หรืออาจเป็นนิสัยใจคอตามธรรมชาติของมันก็ไม่รู้ได้ แต่กงซุนชายามทำศึกนั้นทั้งหาญกล้าบ้าบิ่นและป่าเถื่อนรุนแรง ไร้ความปราณีอย่างสมบูรณ์ จู่โจมสังหารโดยไม่เคยมือไม้อ่อนแต่มีไม่กี่คนที่ทราบ ว่าภายใต้ความวิกลจริตที่ปกคลุมบนพื้นผิว แอบซ่อนไว้ด้วยธารนํ้าแข็งอันเย็นเยียบเพียงกวาดตารอบหนึ่ง มันก็ค้นพบสภาพแวดล้อมที่ผิดแผกแตกต่างจากยามปกติ นี่เป็นอาณาเขตภูมิประเทศที่ซับซ้อนน่าตื่นตาตื่นใจ เต็มไปด้วยพืชพรรณที่มันไม่เคยพบเห็นมาก่อนพลังงานประหลาดไหลเวียน ดูเหมือนจริงอย่างบอกไม่ถูก… …กระดานหมากรุกอันใหญ่โตมโหฬารนัก!กงซุนชายืนอยู่บนยอดเขาแห่งหนึ่ง ก้มลงมองดินแดนกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา สายลมกระโชกพัดเข้าปะทะหน้าลมภูเขารุนแรงยิ่ง พัดใส่เส้นผมบนหน้าผากมันจนไปล่ปลิวไปตามลม สะบัดไปมาอยู่ในครรลองสายตา เรือนผมกลายเป็นยุ่งเหยิงเป็นกระเซิงในทันที แต่มันคล้ายไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆ สายตามองไปยังที่ห่างไกล ในดวงตาที่กวาดมองไปทางโน้นทีทางนี้ที เห็นเปลวไฟจุดหนึ่งค่อยๆ ลุกโชนขึ้น เมื่อเผชิญกับลมพัดเป่า พลันปะทุโหมไหม้อย่างร้อนแรง!ขนาดของกระดานหมากรุกแห่งนี้ยิ่งให