“อวี้เหิงสมกับที่เป็นจิ้งจอกเฒ่าโดยแท้” จีลี่หวี่ชมเชย“ใช่! คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะเจ้าอุบายถึงเพียงนี้!” จีเฉิงยังแทบมีสีหน้าไม่เชื่อ นี่ก็ยากจะตำหนิมัน ก่อนหน้านี้มันไม่แม้จะชายตามองแม่ทัพของกองพลประจำการเช่นนี้ ในสายตาของเหล่าคนตระกูลใหญ่เช่นมัน กองพลใต้บังคับบัญชาของสภาผู้อาวุโสจึงจะเป็นชนชั้นยอดที่แท้จริง สำหรับกองพลประจำการแม้แข็งแกร่งกว่ากองกำลังภูมิภาค แต่ศักดิ์ฐานะและชื่อเสียงไม่สูงนักแต่ถึงตอนนี้ มันค่อยเชื่อว่ากองพลประจำการก็มีบุคคลอันร้ายกาจอยู่ด้วย“อย่าได้ประมาทผู้อื่น” จีลี่หวี่เหลือกตา “อวี้เหิงจะอย่างไรก็เป็นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทอง มันไหนเลยจะอ่อนแอด้อยความสามารถได้? แต่เมื่อเทียบกับการแสดงอันยอดเยี่ยมฉากนี้อวี้จื่อโจวนับว่าอ่อนด้อยไปมากจริงๆ ดูเหมือนตระกูลหยกรุ่นนี้ไม่มีผู้ใดโดดเด่นอีกแล้ว”“จุ๊จุ๊ คราวนี้อวี้จื่อโจวจบสิ้นแล้ว! เศษสวะเช่นนี้ เจี่ยเจียย่อมไม่เหลือบแลมันอีก” จีเฉิงกล่าวพลางสั่นศีรษะจีลี่หวี่กล่าวอย่างไม่เห็นสำคัญ “ข้าไม่ได้สนใจมันแต่แรกแล้ว หากมิใช่ว่ามันมาจากตระกูลหยก ข้าคงไม่ใส่ใจมันแม้แต่น้อย”“ข้าละสงสัยนักว่าผู้ใดจะมาเป็นพี่เขยของข้า” จีเฉิงรำพึงเบาๆ จากนั้นคล้ายฉุกคิดอะไรบางอย่าง “แต่เห็นเซียวม่อเกอเสียท่าเช่นนี้ เจี่ยเจียของข้าคงเบิกบานใจยิ่งใช่หรือไม่!”“ฮิ เบิกบานใจอยู่บ้าง!” จีลี่หวี่หัวคิ้วคลายลง หัวร่อคิกคักเบาๆ แล้วจากนั้นกลับหัวคิ้วขมวดมุ