นาจ กระทั่งเสรีภาพของตนเองยังไม่สามารถรับประกันได้… …”อวี้เหิงในยามนี้อารมณ์ยํ่าแย่เป็นอย่างยิ่ง จ้องมองรองแม่ทัพด้วยอย่างเย็นชา สายตาคมกล้าของท่านแม่ทัพบันดาลให้รองแม่ทัพเหงื่อเย็นไหลท่วมแผ่นหลัง รู้สึกราวกับมีปลายดาบจ่อจี้อยู่กลางหลัง“พูด นี่มันเรื่องอะไรกัน?” อวี้เหิงเค้นเสียงเย็นเยือกถามลอดไรฟันออกมารองแม่ทัพทราบดีว่าต้าเหรินโกรธมาก มันคิดไม่ถึงว่าเรื่องจะเปลี่ยนแปลงไปในทางเลวร้ายถึงเพียงนี้ ได้แต่กล่าวเสียงอ่อนว่า “เป็น… เป็นนายน้อย… …เมื่อไม่กี่วันก่อน นายน้อยบอกว่าต้องการหมายเกณฑ์ทหาร”“แล้วเจ้าก็ให้มันไป?” อวี้เหิงผิวหน้ากระตุก ดวงตาดุจอินทรีจับจ้องรองแม่ทัพตาเขม็งรองแม่ทัพในที่สุดก็สูญเสียการควบคุมความหวดผวาในใจ มันทราบว่าคราวนี้ต้าเหรินพิโรธอย่างแท้จริง ใบหน้าซีดเผือดในบัดดล รีบละลํ่าละลัก “ผู้น้อย… …ผู้น้อย… …”“เศษสวะ!” อวี้เหิงใบหน้าเย็นยะเยียบ มือขวาทำท่าคว้าจับกลางอากาศอย่างฉับพลันราวกับผลแตงระเบิด รองแม่ทัพถูกขยี้แหลกเหลวในบัดดล แขนขาปลิวกระจายไปทั่ว!อึดใจใหญ่ให้หลัง อวี้เหิงเพลิงโทสะค่อยสลายคลายลงบ้าง สายตาเย็นเยียบจ้องมองบนพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดเนื้อเลอะเลือน จมลงไปในภวังค์ความคิด ปกติมันรักใคร่เอ็นดูหลานชายผู้นี้ไม่น้อย ทั้งยังตั้งความหวังไว้อย่างสูง นึกไม่ถึงว่าผู้เป็นหลานจะโง่เขลาถึงเพียงนี้ ในช่วงเวลาอันอ่อนไหวเช่นนี้ ยังจะกระทำเรื่องไร้สาระตามใจชอบ จนถูกผู้คนจั