ยนสีไม่ได้อวี้เหิงกล่าวอย่างเฉยเมยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ทำความสะอาดให้ดี”“รับคำสั่ง!” ถูกสายตาเย็นเยือกของท่านแม่ทัพกวาดมององครักษ์ผู้นั้นหนังศีรษะชาซ่าน ความเย็นสายหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นจากปล้ายเท้าอวี้เหิงเดินออกจากห้องโดยไม่หันไปมองแม้แต่แวบเดียว
อวี้จื่อโจวมือเท้าเย็นเฉียบ มันคิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะเปลี่ยนพลิกเป็นเช่นนี้ไป เจ้าคนที่ไม่ต่างจากมดปลวกผู้นั้น ไม่ว่าจะมีพรสวรรค์เด่นลํ้าถึงเพียงไหน มิใช่ว่าไร้ประโยชน์หรอกหรือ?ในยุคสมัยนี้ คนหากไม่มีภูมิหลังหรือผู้หนุนหลัง มิใช่ว่าเป็นเพียงแค่ลูกแกะที่รอคอยจะถูกเชือดเฉือนแต่ถ่ายเดียวหรอกหรือ?บรรดาสายตาที่ครั้งหนึ่งเคยยกย่องเทิดทูนมัน ล้วนแปรเปลี่ยนไปทั้งหมด แทนที่ด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม… …ไม่มีผู้ใดยินดีอยู่ใกล้มัน กระทั่งบรรดาเหล่าซือของตำหนักศาสตร์อสูรพอพบเห็นมัน ล้วนส่ายหน้าทอดถอน อาจบางทีพวกมันระอาใจเหลือจะกล่าว หรือบางทีอาจจะสังเวชจนไม่อยากจะมองไฉนเป็นเช่นนี้!มันกำหมัดแน่นจนนิ้วขาวซีด! ในใจอัดแน่นไปด้วยเพลิงโทสะและความเคียดแค้นชิงชัง! คนอย่างเซียวม่อเกอ! แค่คนอย่างเซียวม่อเกอ! เพียงเพื่อคนชั้นตํ่าเช่นนั้น ก็เพียงพอให้มันถูกรังเกียจเดียดฉันท์แล้ว? เจ้าพวกนี้ตาบอดใช่ตาบอดหรือไม่?ทันใดนั้นอวี้จื่อโจวเห็นสหายสนิทของมันเดินมาทางมันมันคล้ายได้พบพานคนรู้ใจให้บ่งบอกระบายเสียที รีบสาวเท้าเข้าหาสหายรักตามสัญชาตญาณ! แต่สหายรักพอสบตากับมัน กลั