“เจ้าคิดว่าเซียวม่อเกอจะรับหมายเกณฑ์หรือไม่?” อวี้จื่อโจวถามอย่างครุ่นคิด ดวงตาเต็มไปด้วยความชิงชังและอาฆาตมาดร้าย“สมควรเป็นเช่นนั้น” สหายสนิทของมันกล่าวอย่างไม่มั่นใจนัก “ในเวลานี้การปฏิเสธหมายเกณฑ์จะถูกลงโทษตามกฏของกองทัพ! ไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งเท่าใด ก็ต้องไม่กล้าขัดขืนกองทัพ”“ฮ่าฮ่า!” อวี้จื่อโจวหัวร่ออย่างลำพองใจ “ไม่ว่าจะรับหรือไม่รับ ล้วนไม่ใช่เรื่องดีสำหรับมันทั้งนั้น ฮ่าฮ่า! นี่เป็นทางตันตั้งแต่แรกแล้ว! ข้าจะให้มันทราบ คำว่าตายเขียนอย่างไร!”“กระบวนท่านี้ของเจ้าช่างลึกซึ้งชั่วร้ายนัก!”“ฮ่าฮ่า! คำชมของเจ้าทำให้ข้าเบิกบานใจยิ่ง! ฮ่าฮ่า!”
“กองพลปฐพีหนักหน่วงส่งหมายเกณฑ์ไปเรียกตัวเซียวม่อเกอเช่นนั้นหรือ?” จีลี่หวี่อัศจรรย์ใจอยู่บ้าง“อา” จีเฉิงผงกศีรษะรัวๆ “เป็นฝีมือของอวี้จื่อโจว ผู้บัญชาการกองพลปฐพีหนักหน่วงเป็นลุงของมัน ผู้คนมากมายล้วนทราบดี”“อวี้จื่อโจวไม่ใช่ตัวดีอย่างที่คาดไว้จริงๆ” จีลี่หวี่กล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา “แต่กระบวนท่านี้หมดจดงดงามยิ่ง!”“เราจะทำอย่างไร?” จีเฉิงตื่นเต้นเล็กน้อย “เวลาอันดีงามของเซียวม่อเกอหมดลงแล้ว!”“เรา? เรื่องนี้เกี่ยวข้องอันใดกับเรา?” จีลี่หวี่ดวงตาทอประกาย “อวี้จื่อโจวจมลงไปในความเคียดแค้นอาฆาต สูญเสียความยับยั้งชั่งใจ ในเวลาเช่นนี้ยังจะออกกระบวนท่าเยี่ยงนี้ เจ้าเห็นว่าผู้คนจะคิดอย่างไร?”“ท่านหมายความว่า… …” จีเฉิงครางในลำคอ มันไม่ได้โง่งม ย่อมเข้า