งประจวบเหมาะขึ้น เกรงว่าแผนการของพวกมันอาจสัมฤทธิ์ผลแล้ว”“ดาวพร่างกลางทิวา… …” ท่านประมุขพึมพำกับตนเอง“เป็นต้าเหรินท่านใดกันหนอ?”มู่ซีนั่งเรียบๆ ร้อยๆ ไม่รบกวนความคิดของท่านประมุขกล่าวตามความสัตย์ กระทั่งตอนนี้ ดาวพร่างกลางทิวามีคุณค่าความหมายเยี่ยงไร นางยังไม่เข้าใจกระจ่างด้วยซํ้าสักครู่ให้หลัง ท่านประมุนสั่นศีรษะทอดถอน รั้งความคิดกลับมามู่ซีไม่สามารถระงับความกระหายใคร่รู้อีกต่อไปจริงๆ“ท่านประมุข ดาวพร่างกลางทิวาที่แท้เป็นเรื่องราวใดกันแน่?”ท่านประมุขมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน อธิบายเสียงเนิบช้าว่า “สิ่งที่เรียกว่าดาวพร่างกลางทิวา คือการที่คนผู้หนึ่งใช้พลังดวงดาวรักษาเยียวยาอาการบาดเจ็บของตน หากเกิดขึ้นในตอนกลางวัน จะบันดาลให้ดวงดาวปรากฏขึ้นเต็มท้องนภา นี่คือดาวพร่างกลางทิวา มีเพียงอสูรปิศาจที่ทรงพลังอำนาจสุดฟ้าสุดดิน จึงสามารถครอบครองพลังที่ฝืนทวนฟ้าสวรรค์เช่นนี้ได้” จากนั้นแย้มยิ้มขมขื่น กล่าวสืบต่อ “วิชาเช่นนี้สมควรมีอยู่แต่ในตำนานเท่านั้นในยุคปัจจุบันนี้ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดครอบครองพลังนี้นอกจากนี้ เฉพาะในช่วงคับขันอันตรายที่บาดเจ็บสาหัสปางตายเท่านั้น ต้าเหรินผู้ยิ่งใหญ่จึงจะใช้วิชานี้ออกมา”มู่ซีในที่สุดค่อยเข้าใจทะลุปรุโปร่ง “ไม่น่าแปลกใจเลย!”“ทีนี้เจ้าคงเข้าใจแล้วว่าสภาผู้อาวุโสไฉนจึงตื่นตระหนกนัก ทั้งยังลงมืออย่างรีบด่วน” ท่านประมุขกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “สภาผู้อาวุโสเมื่อมอบภา