สัตว์ร้ายวิญญาณภูตตนนี้มีขนาดใหญ่โตกว่าสัตว์ร้ายวิญญาณภูตทั่วไปร่วมสามเท่าตัว ผิวกายวาววามดุจโลหะเงางามมันจ้องมองเหลยเผิงกับเหนียนลู่อย่างเย็นชาแววตาเย็นเยือกนั้นไม่มีร่องรอยความอบอุ่นแม้แต่น้อยเหลยเผิงกับเหนียนลู่รู้สึกเหมือนพวกมันเป็นมดปลวกตัวเล็กๆสองตัว ที่ใกล้จะถูกบี้แบนอยู่ใต้ฝ่าเท้าใหญ่โตมหึมา ฝ่ายตรงข้ามลำบากเพียงแค่ยกเท้าลงมาเบาๆ ก็สามารถบดขยี้พวกมันสัตว์ร้ายวิญญาณภูตตนนี้อัปลักษณ์ผิดธรรมดา ศีรษะใหญ่แบนดูคล้ายคางคก กรงเขี้ยวเรียงรายแน่นขนัด ตามแนวขากรรไกรในปากแบนกว้างของมัน ท่วงท่าคู่กายพร้อมจะกระโจนเข้าขยํ้า กล้ามเนื้อทุกมัดตึงแน่นเขม็งเกลียว มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ขาทั้งสี่อวบหนาผิดสัดส่วน ทำให้ดูลักลั่นอย่างบอกไม่ถูกแต่เมื่อองคาพยพที่ไม่สมดุลเหล่านี้รวมเข้าด้วยกัน ยิ่งบันดาลให้รู้สึกถึงอันตรายเป็นพิเศษ จนผู้คนอกสั่นขวัญผวาสองสหายหนังศีรษะชาด้าน แต่พวกมันไม่กล้าผลีผลามเคลื่อนไหว พวกมันทั้งสองมีปรสบการณ์โชกโชน ทราบดีว่าหากหันหลังหลบหนีในตอนนี้ กลับจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตสัตว์ร้ายวิญญาณภูตทอดตามองสองสหายอย่างเฉื่อยชา ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด “จะทำอย่างไร?” เหลยเพิ่งพยายามรักษาสีหน้าท่าที่เป็นปกติ ลดเสียงถามแผ่วเบา“จะทำอย่างไร?” เหลยเพิ่งพยายามรักษาสีหน้าท่าที่เป็นปกติลดเสียงถามแผ่วเบา“ลากถ่วงมันไว้” เหนียนลู่ก็ไม่แสดงท่าผิดปกติ แต่ดวงตากวาดมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว “เจ้าสิ่งนี้เคลื