ับเหนียนลู่ยืนอยู่สองปีกด้านหลังของมัน ม้าผ่านความเชื่อมั่นเพิ่มพูนขึ้นอักโขระหว่างคนทั้งสาม เจตนาฆ่าฟันอันคมกล้าก่อตัวขึ้น ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงในดวงตาพวกมันเบาบางลง“เจ้านี่ตัวใหญ่ถึงเพียงนี้ ในร่างของมันต้องมีสมบัติที่ประเมินค่ามิได้เป็นแน่” เหลยเผิงดวงตาสาดประกายดุร้าย“ฆ่ามันฆ่ามัน!” เหนียนสู่กล่าวอย่างกระหายเลือด “ยุ่งยากเสียจริง ” ม้าฝานพึมพำสามร่างตั้งขบวนศึกสาดพุ่งเข้าปะทะกับสัตว์ร้ายวิญญาณภูตขนาดยักษ์อย่างหักโหม!เหวยเสิ้ง เซี่ยซานและจงหยูเหินลิ่วไปในม่านหมอกภูตด้วยความเร็วถึงขีดสุด พวกมันล้วนสัมผัสได้ถึงพลังสภาวะอันน่าตระหนกจากระยะไกล ทราบว่าเกิดเรื่องขึ้นแล้ว พากันรีบลงมือช่วยเหลือทันทีส่วนจั่วม่อที่จมอยู่ในภวังค์ความคิด ไม่ได้ล่วงรู้อันใดเลยศาสตร์อสูรไฟที่หมุนคว้างอยู่บนปลายนิ้วพลันหยุดลงบนฝ่ามืออย่างกะทันหัน แล้วลุกไหม้เงียบๆ จั่วมอเริ่มกรีดวาดดรรชนีอย่างแช่มช้า ดรรชนีพอขยับเคลื่อนไหว พลังปราณก็แผ่พุ่งดุจคลื่นใต้นํ้า ห่อหุ้มรอบลูกไฟโดยไร้เสียงเปลวไฟสั่นไหว กลายเป็นไม่มั่นคงถึงที่สุด ราวกับว่าสามารถดับลงได้ทุกเมื่อ เพียะเพียะเพียะ เสียงระเบิดเบาๆ ดังติดต่อตามกันรอบๆ เปลวไฟลูกไฟยิ่งสั่นไหวดุเดือดขึ้น รุนแรงขึ้น ทันใดนั้นพลันแตกระเบิด กระจัดกระจายไปในเสี้ยวพริบตานี้เอง จั่วม่อดวงตาสาดประกายเจิดจ้า มันคล้ายเพิ่งขบคิดใคร่ครวญจนปรุโปร่ง ศาสตร์อสูรไฟ พลังจิตสำนึก พลังปราณ การค