แม้ว่าสายตาของนกโง่ยังคงเย่อหยิ่งปานนั้น ไม่พอใจปานนั้น แต่ต่อหน้ารอยยิ้มคดโกงดุจอันธพาลร้านถิ่นของจั่วม่อ ไม่มีอะไรที่สามารถทำได้ จั่วม่อใช้ทั้งมือทั้งขาตะกายขึ้นไปบนหลังของนกโง่ แล้วแสร้งทำเป็นนอนตายแต่ในใจจั่วม่อกำลังบ่นพึมพำอย่างฉงนสงสัยนกโง่ตั้งแต่ความแข็งแกร่งที่ไม่สามารถอธิบายได้พุ่งทะยานขึ้น นิสัยใจคอของนางยิ่งมายิ่งเย่อหยิ่งถือดี ผนวกกับที่เหล่าเจ้าตัวน้อยทุกตัวเชื่อฟังนางเป็นอย่างยิ่ง นางจึงประพฤติตนเป็นผู้นำของพวกมันทั้งหมด หลงลืมหน้าที่ที่แท้จริงในฐานะพาหนะของนางไปเสียสิ้น อย่าว่าแต่นางยังหลงลืมไปแล้วว่ามันเป็นจู่เหรินของนาง!นี่จะใช้ได้อย่างไร!การอบรมสั่งสอนไม่อาจหย่อนยานได้จริงๆ!จั่วม่อตั้งใจจะอบรมสั่งสอนนกโง่สักเล็กน้อย ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก พลันรู้สึกเหมือนขี่หมอกเมฆทะยาน คนแทบปลิวกระเด็นหลุดไป ท่ามกลางความแตกตื่นจนขวัญหาย มันรีบผวาเข้าคว้าคอของนกโง่ไว้อย่างรวดเร็วรอจนเหินทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า อารมณ์ความรู้สึกก็แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงรวดเร็วปานปานสายฟ้าแลบ!จั่วม่อสายลมรุนแรงปะทะใบหน้าจนลืมตาไม่ขึ้น ความเร็วที่ชวนให้สำราญใจทำให้จั่วม่ออารมณ์ผ่องใสขึ้น สองมือกอดรัดช่วงคอเรียวงามของนกโง่อย่างแนบแน่น แหงนหน้าขึ้น เริ่มร้องเพลงอย่างครึ้มอกครึ้มใจ“ข้าปรารถนาจะบินให้สูงกว่านี้… …บินสูงกว่านี้… …อาอาอ๊า… …”เสียงเหมือนฆ้องแตกดังกังวานเสียดฟ้านกโง่ตวัดสายตาขุ่นเคืองกลับมามองจั