่วม่อผู้จมอยู่ในโลกส่วนตัวอย่างมุ่งร้าย สองปีกพลันสะบัดวูบ ร่างสาดพุ่งตรงลิ่วไปด้วยความเร็วอันน่าแตกตื่นสะท้านใจ“อาอาอาอ๊า… …”ท่ามกลางการเร่งความเร็วอย่างไม่ออมรั้งยั้งมือของนกโง่ เสียงกรีดร้องโหยหวนของจั่วม่อดังสนั่นมาตลอดทางรอจนลงจากหลังนกโง่ สองขามันก็อ่อนยวบเหมือนเส้นก๊วยเตี๋ยว คนหัวหมุนงุนงงราวกับเมามาย เดินตุปัดตุเป๋ออกไปไม่กี่ก้าว พลันพบว่าเหล่าเจ้าตัวน้อยพากันแห่เข้ามา เบียดเสียดห้อมล้อมทักทายนกโง่อย่างสนิทสนมดุจจันทรารายล้อมด้วยมวลหมู่ดารา นกโง่กระทั่งหางตายังไม่ชายตามองจั่วม่อ เยื้องย่างด้วยฝีเท้านก นวยนาดจากไปท่วงท่าสภาวะเช่นนั้น พฤติการณ์เช่นนั้น ทำเอาจั่วม่อตะลึงงัน อ้าปากหวอจู่ๆ ก็นึกถึงนกโง่สมัยยังเป็นห่านจะงอยเทา จั่วม่ออดใจไม่อยู่ ต้องหัวร่องอหายหลังจากสั่นศีรษะยิ้มเย้ยหยันตัวเอง มันก็กลับเข้าไปในกระโจมอากุ่ยผู้นั่งนิ่งอยู่ในมุมกระโจม พอเห็นจั่วม่อเดินเข้ามา ดวงตาแข็งทื่อว่างเปล่าคลับคล้ายจะสดใสขึ้นเล็กน้อย“อากุ่ย วันนี้ดีหรือไม่?”คล้ายเป็นกิจวัตรของมันไปเสียแล้ว แม้ทราบดีว่าอากุ่ยไม่ตอบกลับมา แต่จั่วม่อมือพลิกดูสินสงครามที่เก็บได้คราวนี้ ปากก็ถามเรื่อยเปื่อยไปตามเรื่องตามราว“อา”ครั้นเมื่อสุ้มเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงยุงแว่วเข้าไปในหูของจั่วม่อ คล้ายกึกก้องกัมปนาทดุจสายฟ้าคำรน! จั่วม่อตัวแข็งทื่ออย่างฉับพลัน เงยหน้าขวับ สีหน้าไม่อยากจะเชื่อสีหน้าไม่เชื่อเปลี่ยนเป็นปล