าบปลื้มประโลมใจในบัดดล โถมเข้าไปถึงเบื้องหน้าอากุ่ยทันที “อากุ่ย! อากุ่ย! เจ้าสามารถกล่าววาจาได้แล้ว?”อากุ่ยใบหน้าแข็งทื่อ ดวงตายังคงเลื่อนลอย ไม่ตอบสนองต่อวาจาของจั่วม่อแม้แต่น้อยประหนึ่งว่าเสียงตอบเมื่อสักครู่เป็นจั่วม่อฟังผิดไปเองแต่ย่อมไม่ใช่ฟังผิดไปอย่างแน่นอน!จั่วม่อดวงตาเต็มไปด้วยความปิติยินดี แม้ว่าร่างกายของอากุ่ยจะค่อยๆ เผยสัญญาณคล้ายอาการดีขึ้น แต่การตอบสนองในวันนี้ นับว่าก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง“อากุ่ย ได้ยินที่ข้าพูดหรือไม่?”จั่วม่อเปลี่ยนเป็นกล่าวช้าๆ พยายามปรับนํ้าเสียงให้อ่อนโยน ดวงตาเพ่งมองใบหน้าอากุ่ยเขม็ง“อา”เสียงตอบแผ่วเบาราวกับเสียงยุงดังขึ้นอีกครั้ง บันดาลให้จั่วม่อเผยอยิ้มกว้าง กระโดดโลดเต้นพลางโห่ร้องราวกับเด็กน้อย“ฮ่าฮ่า! อากุ่ยพูดได้แล้ว! อากุ่ยพูดได้แล้ว!”นัยน์ตาว่างเปล่าของอากุ่ยบังเกิดระลอกเล็กน้อยหลังจากโห่ร้องยินดีจนพอใจ จั่วม่อตรวจร่างกายอากุ่ยอีกครั้ง มันค้นพบในทันที ว่าพลังสีม่วงภายในร่างอากุ่ยเติบโตขึ้นอีกขั้น พลังงานสีม่วงขุมนี้เป็นที่แน่นอนว่ามีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูร่างกายของนางแต่พลังสีม่วงขุมนี้ลี้ลับสุดคาดเดา กระทั่งผูเยายังไม่ล่วงรู้ต้นกำเนิดของมัน สิ่งที่แปลกพิสดารไปกว่านั้น คือจั่วม่อไม่สามารถรู้สึกถึงสัญญาณชีวิตจากพลังงานสีม่วงขุมนี้แม้แต่น้อย กลับตรงกันข้ามอย่างสุดขั้ว แทนที่จะมีชีวิตชีวา พลังประหลาดนี้กลับลี้ลับมืดมน ผันผวนปรวนแปรเต็มไปด้ว