ัวหลบหนีไม่คิดชีวิตเมื่อสามารถรอดชีวิตและเติบใหญ่ในสถานที่อันโหดร้ายป่าเถื่อนนี้ได้ พวกมันย่อมไม่ขาดไหวพริบสติปัญญารอบกายจั่วม่อกลับกลายเป็นเงียบกริบทันทีอย่างแช่มช้า สีเลือดค่อยๆ ถดถอยออกจากดวงตาของจั่วม่อ ความโกรธแค้นและอารมณ์คุกรุ่นรุนแรงที่อยู่ภายใน ได้ระบายออกไปไม่น้อย จิตใจเริ่มกระจ่างชัดขึ้น และพร้อมกับสติสัมปชัญญะที่หวนคืนมา เป็นความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าถึงที่สุด แข้งขาอ่อนยวบ ต้องทรุดกายลงนั่งกับพื้นทั่วร่างชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ความอ่อนแอและระโหยโรยแรงเข้าจู่โจม หอบหายใจอย่างหนักหน่วงฮู่ว ฮู่ว… … ฮู่ว ฮู่ว… …เสียงหายใจอย่างเร่งร้อนผ่านเข้าไปในหู เสียงดังราวกับเครื่องสูบลมเนิ่นนานหลังจากนั้น หัวใจมันค่อยๆ สงบลงจั่วม่อฝืนยิ้มขมขื่น ดูเหมือนว่าความตั้งใจของมันไม่เข้มแข็งพอ ต้องหัวร่อเย้ยหยันตัวเองคราหนึ่ง มันอดหวนคิดย้อนไปถึงการผจญภัยที่ผ่านมาไม่ได้ โดยไม่รู้ตัว ในใจพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นไม่ว่าตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายสักเท่าใด ข้างกายมันก็จะยังมีผู้คนอยู่เคียงข้างเสมอติดตามมัน ต่อสู้ร่วมกับมัน เสี่ยงชีวิตไปด้วยกัน… …ไม่ว่าอนาคตจะอันตรายสักเท่าใด ทุกคนก็ยังคงสนับสนุนมัน เชื่อถือมัน ติดตามมันและปกป้องมันมุมปากประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆ หัวใจค่อยๆ สงบเยือกเย็นและอุ่นระอุในสายตามัน ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมอกภูต คล้ายกลับกลายเป็นฟากฟ้าสีครามสดใสอันไร้ที่สิ้นสุดความเชื่อมั่นอันแรงกล้าก่อตัว