ระกาศิตของประมุขตระกูลนำมาซึ่งเสียงกังขามากมาย เป็นที่ทราบกันดีว่าในบรรดาแม่ทัพบัญชาการศึกทั้งหมดในตระกูล นางยังอายุเยาว์ที่สุดโชคยังดีที่นางไม่ได้ล้มเหลว แม้ว่าไม่มีความดีความชอบยิ่งใหญ่ แต่ก็ไม่ได้กระทำผิดพลาดใด“ไปกันเถอะ” มู่ซีเอ่ยเสียงราบเรียบในเวลานี้เอง อสูรในเครื่องแบบของกองทัพผู้หนึ่งรีบรุดผ่านหน้านางอย่างร้อนรุ่ม มู่ซีจดจำอสูรผู้นี้ได้ อีกฝ่ายเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับกลาง อยู่ในแนวหน้าที่มหานครนภาโลหิต มู่ซีเคยพบหน้ามันหนหนึ่ง เห็นอีกฝ่ายสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดหวั่นเล็กน้อย มู่ซีใจหายวาบ จู่ๆบังเกิดสังหรณ์เลวร้ายอย่างบอกไม่ถูก“หมังจ่านต้าเหริน!” มู่ซีร้องเรียกอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเลหมังจ่านชะงักเท้า ในที่สุดมันค่อยพบเห็นมู่ซี สีหน้าท่าทีคล้ายเพิ่งสะดุ้งตื่นจากฝัน “อาเป็นมู่ซีต้าเหริน!”ในฐานะแม่ทัพบัญชาการศึกผู้หนึ่ง ขีดความสามารถในการรักษาความสงบเยือกเย็นเอาไว้ตลอดเวลา ถือเป็นพื้นฐานที่สุดในพื้นฐานทั้งปวง เห็นอีกฝ่ายถึงกับเสียกิริยา สูญเสียความสงบเยือกเย็นถึงเพียงนี้ สังหรณ์เลวร้ายในใจนางยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รีบถามเสียงเบา “เกิดเรื่องอันใด?”หมังจ่านสีหน้าแปรเปลี่ยน ดวงตาพลันแดงกํ่าอยู่บ้าง ตอบเสียงแหบพร่า “ทัพหน้าเพลี่ยงพลํ้าแล้ว”“ว่ากระไร!” ทั้งมู่ซีและรองผู้บัญชาการของนางสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง“เมื่อสามวันก่อน ซิวเจ่อกลุ่มเล็กๆ พลันปรากฏตัวขึ้นที่ชายขอบของแนวป้องกัน พ