ทิวาของเจ้ารุดหน้าเท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้”“สังขารปิศาจมหาทิวารุดหน้า?” จั่วม่อพลันเข้าใจกระจ่าง ก้อนหินหนักในใจร่วงหล่นลงพื้น บังเกิดความสนใจขึ้นมาทันที “ฮ่าฮ่า! ที่แท้ฝีมือรุดหน้านี่เอง! แล้วการรุดหน้าคราวนี้มีข้อดีอะไรบ้าง? ผู บอกข้าอีกสักหน่อยสิ!”ผูเยาหางตากระตุกเบาๆ แทบมองไม่เห็น จากนั้นลากเสียงอย่างเฉื่อยชา “ก็แค่การก้าวหน้าของสังขารปิศาจมหาทิวาอันกะจ้อยร่อย ยังจะมีอันใดให้กล่าวได้?”จั่วม่อขุ่นเคืองขึ้นมาทันที ยิ้มเยาะเย้ยพลางกล่าว “แค่การก้าวหน้าของสังขารปิศาจมหาทิวาอันกะจ้อยร่อย? หากเจ้ามีฝีมือจริง ไหนลองทำสิ่งกะจ้อยร่อยนี้ให้ดี! อย่าได้ถือถุงถั่วแล้วบอกว่าไม่มีอาหารแห้ง เกอยังต้องพึ่งพาสิ่งนี้เพื่อสังหารอสูรปิศาจค้นหาทางรอด หากเราไม่สามารถออกจากสถานที่แห่งนี้ได้ หรือเจ้าสามารถออกไปเองได้?”ผูเยาพูดไม่ออกเว่ยในใจลอบเบิกบานใจ ถึงแม้ว่าการลอบช่วยเหลือจั่วม่อจะเป็นการกระทำที่เกิดจากความอับจนหนทาง แต่ถึงตอนนี้มันค่อยพบว่าคนผู้นี้เป็นที่น่าอัศจรรย์จริงๆ! ก่อนหน้านี้มันเพลี่ยงพลํ้าต่อผูเยาติดต่อกันหลายครั้ง มีประสบการณ์ต่อความกลอกกลิ้งมากเล่ห์ของผูเยาลึกซึ้งเป็นพิเศษยามนี้เห็นผูเยาถูกจั่วม่อจัดการจนพูดไม่ออก ไม่ว่าจะมองดูอย่างไร มันก็รู้สึกยอดเยี่ยมยิ่ง หากมิใช่ว่ามันระวังป้องกันผูเยา ยามนี้คงปรบมือร้องชมเชยด้วยความรื่นรมย์แล้วอย่างไรก็ตาม เว่ยยังคงรักษาสีหน้าท่าทีเหมือนปกติ