แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินข้อพิพาทระหว่างจั่วม่อกับผูเยา ผูเยาเป็นคนที่เมื่อมีความแค้นต้องชำระคืน จั่วม่อไม่เกรงกลัว แต่มันไม่อาจกล่าวเช่นนั้นได้ เมื่อไม่สามารถกลับเข้าไปในป้ายหินสุสาน พลังของมันก็อ่อนด้อยกว่าผูเยา ที่สำคัญไปกว่านั้น ผูเยายังกลอกกลิ้งเจ้าเล่ห์กว่ามัน ชั่วร้ายอำมหิตมากกว่ามัน สะกดข่มมันไว้ทุกด้าน“ดูเวลาเสียบ้าง หน้าสิ่วหน้าขวานถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะปิดซ่อนสิ่งใดอีก?” จั่วม่อบันดาลโทสะผูเยาลืมตาขึ้นในบัดดล “เรื่องสังขารปิศาจมหาทิวา เจ้าสามารถถามมัน” กล่าวพลางพยักหน้าไปทางเว่ย“ถามเว่ย?” จั่วม่องุนงงเล็กน้อย แต่ยังคงหันมาถามเว่ยแต่โดยดี “เจ้ารู้เรื่องสังขารปิศาจมหาทิวาหรือไม่?” ทันใดนั้นมันเบิกตาโพลง พยักหน้าอย่างนึกขึ้นได้ “ใช่ ใช่แล้ว! เจ้ากระโดดออกมาจากป้ายหินสุสาน ต้องล่วงรู้เรื่องสังขารปิศาจมหาทิวาอยู่แล้ว!”เว่ยในใจตื่นตกใจไม่น้อย เหลือบมองผูเยาที่หลับตาลงอีกครั้งอย่างมึนงง หลังจากที่ป้ายศิลาสุสานถูกผูเยาผนึกเอาไว้ มันก็ถูกบังคับให้รับเงื่อนไขของผูเยา ไม่อาจสืบทอดทักษะปิศาจให้แก่จั่วม่อได้อีก แต่เวลานี้ ผูเยาถึงกับเสนอด้วยตัวเอง ให้จั่วม่อมาขอความช่วยเหลือเรื่องสังขารปิศาจมหาทิวาจากมัน นี่มิใช่แปลกประหลาดยิ่งหรอกหรือ?เว่ยยังคงระมัดระวัง สั่นศีรษะปฏิเสธ “ข้าไม่สามารถสอนทักษะปิศาจให้แก่เจ้าได้”“เพราะเหตุใด?” จั่วม่องงงันวูบ ทันใดนั้นเบิกตากว้าง สีหน้าเข้าอกเข้าใจ กล่าวอย่