ผูเยาดูดซับวิญญาณทองคำอย่างหิวกระหาย การต่อสู้ระหว่างมันกับเว่ย มันแม้ช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบ แต่ก็จ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อย วิญญาณทองคำสองดวงที่ผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลคังเพิ่งส่งมา นับเป็นฝนที่ตกได้ถูกเวลา มันหยิบฉวยเอาจากมือจั่วม่อโดยไม่รีรอลังเล จั่วม่อก็ไม่ได้ห้ามปรามหรือหยุดยั้งมัน อาจบางทีจั่วม่อเห็นว่าไม่ว่าหยุดยั้งอย่างไร ก็ล้วนแล้วแต่ไร้ประโยชน์กระมังกลุ่มหมอกสีทองแทรกซึมเข้าไปในร่างกายผูเยาด้วยระดับความเร็วที่มองเห็นได้ชัดตาผูเยาเผยสีหน้าพึงพอใจ แต่ส่วนหนึ่งของหมอกสีทองยังคงล่องลอยไปทางเว่ย แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่หนึ่งในสี่ แต่ผูเยาก็ยังคงไม่พอใจอยู่บ้างอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้มันไม่มีหนทางอื่นใด เช่นเดียวกันกับที่เรื่องที่ว่า ไม่ว่ามันจะเห็นวิญsูชนจอมปลอมผู้นี้เป็นที่ขัดตาสักเพียงใด ก็ไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ ระหว่างสามพันปีที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ในหอหลอมอสูร ระหว่างมันกับชุดเกราะประหลาดที่ร้ายกาจนี้ก่อเกิดความเชื่อมโยงกันโดยตรง เว่ยเป็นวิญญาณเกราะของชุดเกราะที่ร้ายกาจนี้ ผูเยาก็คล้ายคลึงกัน เพียงแต่มันไม่ได้ถูกชุดเกราะผูกมัดหรือจำกัดเอาไว้มันเฝ้าครุ่นคิดวางแผนการยาวนานถึงสามพันปี พยายามหาวิธีเข้ายึดชุดเกราะป้ายศิลาสุสานชุดนี้ แต่ชุดเกราะป้ายศิลามีระบบอันแปลกแยกเป็นเอกเทศ ประหลาดลี้ลับถึงที่สุดแต่เมื่อมันคิดถึงว่าเจ้าวิญsูชนจอมปลอมผู้นี้ ไม่สามารถหดหัวกลับเข้าไปในกระดองเต่าได้อีก ผ