ชานี้ตรงกันข้ามกับการต่อสู้เข่นฆ่าอย่างดุร้ายกระหายเลือดโดยสิ้นเชิง เซียวม่อเกอราวกับสัตว์ร้ายไร้เมตตาที่รู้จักแต่เพียงการเข่นฆ่าสังหารผู้ท้าประลองทุกคนไม่ต่างจากเหยื่ออ่อนแอที่น่าเวทนา ภายใต้กรงเล็บแหลมคมของมันมีแต่จะถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้นๆ“กระทั่งเจ้ายังไม่พบสิ่งใดเลยหรือ?” คราวนี้ซูเว่ยแปลกใจอย่างแท้จริง ด้านพลังฝีมือของหมิงเจวี๋ยจื่ออาจไม่สูงส่งพอที่จะทำให้มีชื่อเสียง แต่ในด้านภูมิความรู้อันกว้างขวาง น้อยคนนักที่จะเปรียบเทียบกับมันได้ หมิงเจวี๋ยจื่อคุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ลับทุกชนิด รวมถึงบรรดาข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้แพร่หลายในวงกว้าง กระทั่งประวัติศาสตร์ของเผ่าอสูรก่อนสงครามพันปี มันยังศึกษาค้นคว้ามาเป็นอย่างดี“อา” หมิงเจวี๋ยจื่อไม่ยอมละสายตา ยังคงจ้องมองศาสตร์อสูรบันทึกภาพ ชั่วครู่ให้หลังค่อยเอ่ยปากอย่างลังเล “ข้าคิดว่านี่อาจไม่ใช่ศาสตร์อสูร”“ไม่ใช่ศาสตร์อสูร?” ซูเว่ยงงงันวูบ จากนั้นสั่นศีรษะระรัวเหมือนตีกลอง “เป็นไปไม่ได้! ถ้าไม่ใช่ศาสตร์อสูร ยังจะเป็นอะไรไปได้อีก?”หมิงเจวี๋ยจื่อเงียบงันไปชั่วขณะ “สิ่งนี้คล้ายทักษะปิศาจอยู่บ้าง”“ทักษะปิศาจ?” สายตาของซูเว่ยกลายเป็นแปลกพิกล “พี่ชาย เจ้าไม่สบายหรือไม่! ทักษะปิศาจ! ทักษะปิศาจจะมาปรากฏในคุกสิบนิ้วได้อย่างไร? นอกเหนือจากศาสตร์อสูร ในคุกสิบนิ้วไม่มีสิ่งใดสามารถปรากฏขึ้นได้อีก”“เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบแล้ว” หมิงเจวี๋ยจื่อแบสองมือออกกว้าง “แต่