ข้ารู้สึกว่ามันดูไม่คล้ายศาสตร์อสูรจริงๆ”ซูเว่ยกล่าวเสียงลึก “อย่าเพิ่งรีบร้อน เราสามารถค่อยๆ สืบหาดู จะต้องมีใครสักคนรู้จักวิชานี้แน่”“ได้แต่ทำเช่นนั้นแล้ว” หมิงเจวี๋ยจื่อพยักหน้าอย่างจนปัญญา มันทันใดนั้นฉุกคิดถึงบางสิ่ง กระตุ้นเตือนอย่างจริงจัง “อย่าได้เอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับปลักนํ้านี้ เซียวม่อเกอผู้นี้โหดเหี้ยมยิ่ง”“ย่อมไม่ ย่อมไม่!” ซูเว่ยกล่าวอย่างไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว “ข้ายังไม่อยากแส่หาที่ตาย! คนผู้นี้เห็นได้ชัดว่าเห็นชีวิตอสูรเป็นแค่ผักปลา ในเงื้อมมือมันหากไม่ตาย ก็บาดเจ็บสาหัสปางตาย! นี่มันมารร้ายกระหายเลือด! คนผู้นี้เป็นมารร้ายกระหายเลือดชัดๆ! เจ้าดูสองคนจากกองทัพนั้นเถอะ พวกมันมิใช่ว่าถูกสับในดาบเดียวหรอกหรือ?”สองสหายเผ่าอสูรสีหน้าซีดเซียว พวกมันชมดูบันทึกภาพศาสตร์อสูรทั้งเก้าชุดมาหลายรอบแล้ว ความโหดเหี้ยมดุร้ายที่ราวกับเทพอสูรจุติ ตราตรึงในจิตใจของพวกมันอย่างลึกลํ้า
“สังขารปิศาจมหาทิวาไฉนแผลงฤทธิ์ในคุกสิบนิ้วได้?” ผูเยาซักถามพลางจับจ้องเว่ยตาเขม็ง คำถามนี้ยังคงค้างคาใจมันมานานเว่ยนั่งขัดสมาธิท่าดอกบัว ท่อนแขนขนานกับต้นขา พาดมือไว้บนเข่า ดวงตาลุ่มลึกดุจห้วงสมุทร “สังขารปิศาจมหาทิวาเป็นสังขารปิศาจที่หาได้ยากยิ่งชนิดหนึ่ง คนที่ทราบต้นกำเนิดของมัน เกรงว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น”“ต้นกำเนิด?” ผูเยาช้อนตามอง “ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสังขารปิศาจยังมีต้นกำเนิดอันใดด้วย”เว