ปผาฟ้าครามถูกทำลายไปทีละดอก ชิงฮวาเสวี่ยใบหน้ายิ่งมายิ่งซีดขาวลงไปด้วย นางสั่นสะท้านไปทั้งร่างปุเมื่อบุปผาฟ้าครามดอกสุดท้ายแตกสลาย ชิงฮวาเสวี่ยหน้าซีดขาวราวกระดาษ แสงอันร้อนแรงในดวงตาสีอำพันหม่นมัวลง ทุกสิ่งทุกอย่างในสายตานางพร่าเลือนลงทันตาในชั่วพริบตานี้เอง เสียงต่ าลึกตวาดก้อง เจาะผ่านเสียงคำรนของเปลวไฟและพายุ ประหนึ่งเสียงคำรามของพญามัจจุราช“คมดาบเที่ยงวัน!”
หนึ่งอสูรหนึ่งปิศาจที่กำลังโรมรันพันตูอย่างดุเดือด พลันแยกย้ายไปคนละทาง หยุดชะงักลงพร้อมกัน พวกมันเงยหน้าขึ้นอย่างพร้อมเพรียง จ้องมองไปในความว่างเปล่าเหนือศีรษะผูเยาสีหน้าหวั่นไหวไม่มั่นคง แม่ทัพหญิงใบหน้าเป็นประกายด้วยความปิติยินดีผูเยาพลันเอ่ยปากอย่างขมขื่น “ตลอดชีวิตของเจ้าถูกทำลายเพราะชุดเกราะบัดซบนั่น เจ้ายังต้องการทำลายชีวิตของมันอีกคนหนึ่งหรือ?”แม่ทัพหญิงความปิติยินดีบนใบหน้าถึงกับแข็งค้าง ค่อยๆ จางหายไป นางคล้ายจมลงไปในความคิดบางอย่าง ความเจ็บปวดฉายชัดบนสีหน้าของนางนางยืนแข็งทื่อเหมือนตอไม้ ถือกรงเล็บมหึมานิ่งอยู่กับที่ สีหน้าของนางบัดเดี๋ยวยินดีปรีดา บัดเดี๋ยวเจ็บปวดรวดร้าว แปรเปลี่ยนไม่หยุดยั้งผูเยาไม่กล่าวคำใดอีก เพียงจ้องมองนางเงียบๆ
ร้อน! ร้อนมาก!จั่วม่อรู้สึกราวกับทั้งร่างของมันลุกไหม้ เลือดเนื้อและกระดูกของมันประดุจท่อนฟืนแห้ง ถูกเปลวไฟแดงฉานกลืนกินอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของมันแดงจัดอย่างสมบูรณ์ เป็นสีของเหล็กที่