ไหนจริงๆ ข้าเคียดแค้นมัน ข้าชิงชังมันปรารถนาจะทำลายมันทุกขณะจิต ข้าเคยคิดว่าวันหนึ่งเมื่อข้าหลบหนีออกมาได้ ข้าจะโยนเจ้าสิ่งบัดซบนี้ลงไปยังแม่น้ าในนรก!”“วันเวลาในหอกักอสูรเป็นความทุกข์ทรมานที่ยากจะผ่านพ้นอย่างแท้จริง” ผูเยามีสีหน้าหวนรำลึก “หากมิใช่ว่าข้าสัญญาไว้กับต้าเหริน ข้าคงไม่อาจผ่านมาได้ บางทีความตายอาจยังสุขสบายเสียกว่า ข้าไม่มีปัญญาทำลายสิ่งบัดซบนี้ ดังนั้นได้แต่ฝืนทนตลอดมา การถูกสายฟ้าลงทัณฑ์เป็นประจำทุกวันไม่นับเป็นอะไรได้ แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือไม่มีผู้ใดให้สนทนาด้วย สามพันปี มีแต่ข้าเพียงผู้เดียว ดังนั้นข้าเริ่มสนทนากับมัน ต่อมาข้าไม่เคียดแค้นชิงชังมันอีกต่อไป เจ้าสิ่งบัดซบนี้เป็นคนปัญญาอ่อนที่ไม่รู้จักผ่อนปรน เคียดแค้นชิงชังคนปัญญาอ่อนผู้หนึ่ง ยังจะมีความหมายใดเล่า”“อย่างไรก็ตาม ต้าเหริน” ผูเยาพลันเงยหน้าขึ้น แววตามุ่งมั่นเฉียบขาดจ้องตรงไปยังแม่ทัพหญิงตาเขม็ง “เจ้าต้องการจะทำลายจั่วม่อเช่นเดียวกันอย่างนั้นหรือ?”แม่ทัพสตรีนิ่งเงียบงัน ไม่อาจเอ่ยคำใดออกมา“มันเป็นศิษย์ของข้า” ผูเยากล่าวอย่างเยือกเย็น เยือกเย็นจนแทบเป็นอำมหิต อาภรณ์สีดำบนร่างพัดพลิ้วไปตามสายลม เรือนผมดำขลับโบกสะบัดราวกับอสรพิษเริงรำ ในดวงตาสีแดงเข้มดุจโลหิต แสงสีแดงน่าขนลุกเริ่มหมุนคว้างอย่างแช่มช้า สุ้มเสียงของมันสงบยิ่ง และเฉียบขาดยิ่ง “ครั้งนั้นเมื่อติดตามต้าเหริน ข้าไม่อาจทำตามความปรารถนาสุดท้ายของ