าบเดี๋ยวนี้เองว่ามันล่วงรู้วิชาค่ายกลคนผู้นี้แปลกประหลาดยิ่ง” สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความนัยอันลึกล้ า “มิหนำซ้ ามันยังควบคุมคุกนี้ได้อีกด้วย”“ว่ากระไร?” ซูเว่ยพลันเบิกตากลมกว้าง “เป็นไปไม่ได้”มันทราบดีว่าการควบคุมคุกเป็นเรื่องราวใด“ลองดูสนามประลองในคุกนั่นสิ” หมิงเจวี๋ยจื่อชี้ไปยังสนามประลองในคุกที่เปลี่ยนโฉมไปอย่างสมบูรณ์ “สถานที่นี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง”“นี่ไม่ได้อธิบายสิ่งใด” ซูเว่ยไม่เชื่อถือ สั่นศีรษะระรัวดุจตีกลอง “มันเป็นผู้ก่อตั้งคุกนี้ขึ้นใหม่ ย่อมมีข้อได้เปรียบเป็นธรรมดา การเปลี่ยนแปลงเพียงเท่านี้ไม่อาจยืนยันอะไรได้”หมิงเจวี๋ยจื่อไม่โต้แย้ง เพียงกล่าวว่า “เจ้าจะเข้าใจในไม่ช้า”มันหวนนึกถึงบันทึกศาสตร์อสูรที่มันศึกษาค้นคว้าในช่วงหลายวันมานี้ของเหล่านี้หมิงเจวี๋ยจื่อซื้อหามาจากอสูรน้อยตนหนึ่งที่เรียกว่าจินเจิ้น ด้วยราคาสูงลิบลิ่ว วันนั้นจินเจิ้นเข้าร่วมโจมตีเซียวม่อเกอด้วย เป็นหนึ่งในเจ็ดสิบเอ็ดคนที่ถูกขังไว้ในกรงศาสตร์อสูร และบันทึกศาสตร์อสูรที่มันขายออกมา ได้บันทึกทุกสิ่งทุกอย่างที่มันประสบพบเจอในวันนั้นเอาไว้บนเสากรงแต่ละต้นของกรงศาสตร์อสูรอันตระการตา ปัญหาศาสตร์อสูรสุดลี้ลับซับซ้อนที่ปรากฏอยู่บนนั้น ทำให้หมิงเจวี๋ยจื่อตกตะลึงจนพูดไม่ออกมันทราบว่าซูเว่ยกับคนอื่นๆ ไม่ใคร่สนใจชมดูบรรดาอสูรน้อยที่ก่อเรื่องวุ่นวายกันอยู่ในคุกชั้นแรก ก่อนหน้านี้ซูเว่ยยังเย้ยหยันมันที่