เสียเวลากับเรื่องเหลวไหลไร้สาระเช่นนี้ แต่สำหรับหมิงเจวี๋ยจื่อ ยิ่งมันศึกษาค้นคว้ามากเท่าใดก็แตกตื่นและงุนงงมากเท่านั้นมีหลายจุดมากเกินไป ที่มันไม่สามารถอ่านออก และไม่สามารถเข้าใจได้มันได้ค้นหาผ่านตาข้อมูลข่าวสารจำนวนมหาศาล เพื่อสืบหาวิชาที่คล้ายคลึงกับศาสตร์อสูรระดับสูงที่สองผู้ติดตามของเซียวม่อเกอใช้ออกมาในวันนั้น การค้นพบครั้งนี้ดึงดูดความสนใจของมันในทันที เนื่องเพราะศาสตร์อสูรระดับสูงสองวิชานี้ มีโอกาสสูงที่จะสอดคล้องกับสองยอดศาสตร์อสูรที่หายสาบสูญไปนานแล้วมันเริ่มสืบหาเบื้องหลังของสองผู้ติดตามของเซียวม่อเกอทันที สิ่งที่น่าชื่นชมยินดีก็คือ แม้ว่าความเป็นมาของเซียวม่อเกอไม่เป็นที่รู้จัก แต่ชาติกำเนิดของสองผู้ติดตามของมันกลับค้นหาได้ไม่ยากนักอสูรหนุ่มมาจากตระกูลคัง ตระกูลที่เสื่อมทรุดอย่างต่อเนื่อง ส่วนอสูรสาวมาจากตระกูลเถิงแห่งสวรรค์แดนใต้ ตระกูลอสูรที่แทบจะล่มสลายไปแล้ว หมิงเจวี๋ยจื่อผู้ปราดเปรื่อง ในไม่ช้าก็ค้นพบจุดที่ควรค่าแก่การขบคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้งทั้งตระกูลคังและตระกูลเถิงแห่งสวรรค์แดนใต้ เป็นตระกูลอสูรที่สามารถโยงย้อนกลับไปถึงเมื่อสามพันปีก่อน เหตุผลที่ศาสตร์อสูรระดับสูงของทั้งสองตระกูลสาบสูญไป ก็แปลกประหลาดเช่นเดียวกัน นั่นคือพวกมันสาบสูญไปในมหาสงครามเมื่อสามพันปีที่แล้วมิหนำซ้ าขบวนค่ายกลที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ … … ดูเหมือนขบวนค่ายกลยันต์ของซิวเจ่อมากเงื่อนงำที่ผิดปก