ติเหล่านี้ ยิ่งทำให้เซียวม่อเกอเป็นปริศนาที่ลึกลับมากขึ้นไปอีกแต่เรื่องเหล่านี้มันไม่ได้บอกเล่าต่อซูเว่ยผู้เป็นสหาย เนื่องเพราะมีข้อสันนิษฐานมากเกินไป นอกจากนี้ มันยังเชื่อมั่นว่าเซียวม่อเกอจะทำให้ซูเว่ยตื่นตะลึงยิ่งกว่านี้ซูเว่ยเองก็ลอบสงสัยใจไม่น้อย แม้ว่าหมิงเจวี๋ยจื่อผู้เป็นสหายของมันบางครั้งมักไม่ค่อยจดจ่อกับสิ่งที่ควรทำ แต่มีสัญชาตญาณเฉียบคมกว่าอสูรทั่วไปมาก หรือว่าเซียวม่อเกอผู้นี้จะมีสิ่งใดแปลกประหลาดจริงๆ?ในเวลานี้เอง มันพลันพบเห็นร่างที่คุ้นตาเดินเข้ามาในสนามประลองจากทางหางตา ซูเว่ยสีหน้าเปลี่ยนเป็นแปลกพิกลอย่างฉับพลัน“อวี้จื่อโจวก็มาด้วย! นี่มันไม่ใช่คนละระดับชั้นกันแล้วหรือ? คนผู้นี้คิดเล่นอะไรกันแน่?”หมิงเจวี๋ยจื่อหันไปมองตามคำของสหาย พอเห็นร่างนั้นชัดตาต้องงงงันวูบ
“เจี่ยเจีย ท่านจะไม่ส่งคนไปจัดการจริงๆ หรือ?” จีเฉิงสะกดกลั้นความต้องการหัวร่อ ปั้นหน้าถามจีลี่หวี่อย่างเคร่งเครียดจริงจังจีลี่หวี่แค่นเสียงเบาๆ “แค่คนตัวเล็กๆ ผู้หนึ่ง คู่ควรให้ข้าต้องลงมือเองหรือ?”“มันหยามหน้าตระกูลจีเรา ไหนเลยจะปล่อยมันไปอย่างง่ายดายได้?” จีเฉิงแสร้งกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์“ปล่อยมันไป?” จีลี่หวี่หัวร่อคิกคัก “ผู้ใดบอกว่าจะปล่อยมันไป มันจะได้ลิ้มรสชาติความทุกข์ทรมานเร็วๆ นี้แล้ว”จีเฉิงรีบถาม “เจี่ยเจียใช่มีข่าววงในหรือไม่?”“เจ้าอยากรู้หรือ?” จีลี่หวี่ช้อนตามอง“อยากรู้อยากรู้!” จีเฉิงผงกศีรษะ